ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำประกันสุขภาพถือเป็นทางเลือกที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน วันนี้จึงขอเสนอเทคนิคในการพิจารณาเพื่อทำประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเรา ดังนี้
- ประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคล: พิจารณาประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย
- พิจารณาสวัสดิการที่มีอยู่: ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม สวัสดิการจากที่ทำงาน หรือสิทธิข้าราชการ เพื่อเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมให้เหมาะสม
- เลือกความคุ้มครองที่เพียงพอ: คำนึงถึงค่าห้องพัก โรงพยาบาลที่ต้องการใช้บริการ ซึ่งควรเลือกโรงพยาบาลมีความหลากหลายและครอบคลุมพื้นที่ที่อาศัยอยู่ รวมถึงการพิจารณาวงเงินคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับการรักษาโรคร้ายแรง
- เปรียบเทียบแบบประกัน: พิจารณาระหว่างแบบจ่ายตามจริง แบบเหมาจ่าย หรือแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรก (deductible) ซึ่งอาจช่วยลดค่าเบี้ยประกัน โดยจะต้องให้สอดคล้องกับรายได้
- ตรวจสอบเงื่อนไขและข้อยกเว้น: ศึกษาระยะเวลารอคอย โรคที่ไม่คุ้มครอง และเงื่อนไขการต่ออายุกรมธรรม์
- พิจารณาความมั่นคงของบริษัทประกัน: เลือกบริษัทที่มีชื่อเสียง มั่นคง และมีประวัติการจ่ายสินไหมที่ดี
การเลือกความคุ้มครองควรพิจารณาจากหลัก 3 ประการ
1. งบประมาณ
– เบี้ยประกันปีแรก
– เบี้ยประกันปีต่ออายุ ซึ่งเบี้ยประกันจะเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ หรือบางกรมธรรม์มีการเพิ่มเบี้ยตามการเคลมสินไหม
– การชำระเบี้ยรายปี จะประหยัดกว่าการชำระเบี้ยรายเดือน
2. รายละเอียดความคุ้มครอง
– ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะต้องรับผิดชอบผู้เอาประกันไปยาวนาน
– แบบประกันสุขภาพมีการคุ้มครองหลายรูปแบบ อาทิ
- ประกันสุขภาพแบบจ่ายตามตาราง เช่น ผ่าตัดเล็กจ่ายเพียง 20% ของค่าศัลยกรรมผ่าตัดในสัญญาประกันภัย
- ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายตามจริง เบี้ยประกันจะสูงกว่าแบบจ่ายตามตาราง แต่คุ้มครองจ่ายตามจริง โดยมีขอบเขตของวงเงินค่าห้อง และวงเงินการรักษาพยาบาลแต่ละครั้ง
- ประกันสุขภาพแบบมีค่า Deduct เช่น 20,000 บาทแรกของค่ารักษาพยาบาลไม่คุ้มครอง แต่ค่ารักษาพยาบาลที่เกินจากนี้คุ้มครองตามสัญญาประกันภัย
- ประกันสุขภาพแบบจ่ายรวม เช่น 20:80 หากค่าใช้จ่าย 100,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจ่าย 20,000 บาท บริษัทประกันภัยจ่าย 80,000 บาท
3. การคุ้มครองประกันสุขภาพ
– ผู้ป่วยใน : ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุฉุกเฉิน มีการคุ้มครองเป็นแบบวงเงินต่อครั้งต่อโรคและวงเงินต่อปี
– ผู้ป่วยนอก : มีจำนวนเงินต่อครั้ง และระบุจำนวนครั้งสูงสุดในรอบปีกรมธรรม์
– ค่าทดแทน : หากไม่ได้มีการเบิกสินไหมค่ารักษาพยาบาลจากกรมธรรม์ เนื่องจากใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือประกันสังคม กรมธรรม์จะจ่ายค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาลให้ตามสัญญาประกันภัย
ทั้งนี้ การทำประกันสุขภาพ ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุยังน้อยและมีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากเบี้ยประกันจะถูกกว่าและมีโอกาสได้รับการคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีสวัสดิการจากนายจ้าง
การเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ทำประกันได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการและสามารถบริหารค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยปัจจุบันสามารถใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการเปรียบเทียบและเลือกซื้อประกันสุขภาพ เพื่อความสะดวกและได้ข้อมูลที่ครบถ้วนตามความต้องการ



