เนื่องในวันที่ 7 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันมะเร็งเต้านมสากล เราจึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการตรวจเช็กมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง เพราะมะเร็งเต้านมกลายเป็นภัยเงียบอันดับ 1 ของผู้หญิงไทยและทั่วโลก การตรวจเช็กเต้านมจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน เพราะหากตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะมีส่วนช่วยให้เราเข้ารับการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ และมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม
- ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป
- ภาวะน้ำหนักเกิน
- มีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย
- ญาติสายตรงมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม
- ทานยาคุมกำเนิดนานกว่า 5 ปี
- มีลูกคนแรกช้า
เมื่อไหร่ควรเริ่มตรวจเต้านม?
- ตรวจหลังประจำเดือนมา 7-10 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือน
- ตรวจเป็นประจำทุกเดือน
- ตรวจวันเดียวกันของทุกเดือน ถ้าหากไม่มีประจำเดือนแล้ว
3 วิธีง่าย ๆ ในการตรวจเช็กมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
วิธีที่ 1: ตรวจตอนอาบน้ำ
- ใช้นิ้วมือวางราบบนเต้านม
- คลำและเคลื่อนนิ้วเบา ๆ ให้ครบทุกส่วนของเต้านมทีละข้าง
วิธีที่ 2: ตรวจหน้ากระจก
- ยืนตัวตรง มือแนบลำตัว ยกแขนให้ขึ้นสูงเหนือศีรษะ สังเกตลักษณะเต้านมทั้งสองข้าง
- ยกมือเท้าที่เอว กดสะโพกแรง ๆ ไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็งและหดตัว สังเกตลักษณะผิดปกติ
วิธีที่ 3: ตรวจในท่านอน
- นอนราบยกมือข้างหนึ่งไว้ใต้ศีรษะ ใช้มืออีกข้างตรวจคลำทุกส่วนของเต้านมทีละข้าง
- เริ่มคลำจากส่วนนอกและเหนือสุดของเต้านม เวียนไปรอบเต้านม
- ค่อย ๆ เคลื่อนมือเข้ามาเป็นวงแคบ ๆ จนถึงบริเวณเต้านมให้ทั่วทุกส่วน
- บีบหัวนมเบา ๆ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ สังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติไหลออกมาหรือไม่
สัญญาณเตือนแบบไหนต้องพบแพทย์
หากตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองแล้วพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบมาพบแพทย์
- ก้อนหรือไตแข็งผิดปกติบริเวณเต้านมหรือรักแร้
- หัวนมดึงรั้งผิดปกติ
- มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลจากหัวนม
- เต้านมมีขนาดและรูปร่างผิดปกติ มีรอยบุ๋มแผล
- ผิวหนังเต้านมบางหรือหนาผิดปกติ
- มีอาการเจ็บหรือปวดบริเวณเต้านม
อย่าลืม.. ที่จะสังเกตตัวเองและร่างกายอยู่เป็นประจำ หากพบความผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ตรวจหาสาเหตุเพื่อที่จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที





