ผลสำรวจ “สุขภาพจิตคนไทยในยุคโซเชียล” ชี้ 61% ใช้โซเชียลมีเดียระบายความรู้สึก
ในยุคที่สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สุขภาพจิตกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสนใจ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของอารมณ์และความคิดส่วนตัว แต่ยังเชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรมโดยรอบ การทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า ในปี 2566 มีผู้ป่วยจิตเวชมารับบริการถึง 2.9 ล้านคนในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของปัญหาสุขภาพจิต สาเหตุหนึ่งมาจากการที่สังคมไทยเริ่มเปิดใจยอมรับและเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตมากขึ้น
จากการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียโดยใช้เครื่องมือ DXT360 ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 4 ตุลาคม 2567 พบว่า
- 61% ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโพสต์ระบายความรู้สึกและแสดงตัวตน
- 22% ใช้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต
- 11% ใช้เพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำ
- 6% ใช้เพื่อให้กำลังใจ

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้คน สามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ดังนี้
ปัจจัยภายนอก
- ปัญหาจากการทำงาน (30%)
- การรับรู้ข้อมูลมากเกินไป (18%)
- การเรียน/การศึกษา (14%)
- ปัญหาขัดแย้งในครอบครัว (11%)
- ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (10%)
- ปัญหาการดำเนินชีวิต (9%)
- ปัญหาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ (7%)
- การตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ (1%)
ปัจจัยภายใน
- ปัญหาด้านสุขภาพกาย (42%)
- การเห็นคุณค่าในตนเอง (28%)
- ความคาดหวังในตนเอง (23%)
- ประสบการณ์และภูมิหลัง (7%)


วิธีการฟื้นฟูสุขภาพจิตที่ผู้คนบนโซเชียลนิยมใช้ พบว่า
- การดูแลสุขภาพร่างกายและใส่ใจกับสุขภาพจิต (43%)
- การเลือกรับสื่อบันเทิง (22%)
- การทำ Social Detox (14%)
- การระบายความรู้สึก (9%)
- การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม (8%)
- การใช้สัตว์เลี้ยงมาช่วยฮีลใจ หรือ Pet Therapy (4%)

ในปัจจุบัน สังคมมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเติบโตของธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพจิตมากขึ้น เปลี่ยนมุมมองของการพบจิตเวชไปในเชิงบวก ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาและการสนับสนุนทางจิตใจ การลงทุนในบริการด้านสุขภาพจิตจึงไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คน แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในยุคที่ผู้คนมุ่งมั่นต่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น





