หน้าหนาวมาถึง หลายคนวางแผนไปกางเต็นท์สัมผัสอากาศเย็น ชมทะเลหมอกบนดอย แต่รู้หรือไม่ว่านี่เป็นช่วงที่ต้องระวังโรคร้ายที่มากับตัวไรอ่อนเป็นพิเศษ!!
“โรคไข้รากสาดใหญ่” หรือ “สครับไทฟัส” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ติดมากับไรอ่อน ซึ่งชอบอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ และพุ่มไม้เตี้ยๆ โดยเฉพาะในภาคเหนือ เมื่อถูกกัดจะได้รับเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้รากสาดใหญ่ หากมีการเกาบริเวณที่ถูกกัดจะทำให้ผิวหนังเปิด จึงทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้นและเชื้อแบคทีเรียจะแพร่พันธุ์และเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่น่ากลัวคือ ส่วนใหญ่เราจะไม่รู้ตัวเลยว่าถูกกัด จนกว่าจะเริ่มมีอาการ
อาการที่ต้องระวัง เมื่อถูกไรอ่อนกัด ประมาณ 10-12 วัน จะเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีอาการปวดหัว มีไข้ หนาวสั่น ไอ ตาแดง คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย มีแผลตรงที่ถูกกัด คล้ายบุหรี่จี้ แต่จะไม่มีอาการปวด หรือคัน
วิธีป้องกันแบบง่ายๆ ในเบื้องต้น คือ
- สวมเสื้อผ้าปกปิดมิดชิด โดยเฉพาะเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
- ทายากันยุงที่มีสาร DEET 20-30% ทั้งตัวและเสื้อผ้า ทาซ้ำทุก 4-6 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนบนพื้นหญ้าโดยตรง
- หลังกลับจากแคมป์ปิ้ง ให้รีบอาบน้ำ สระผม และซักเสื้อผ้าทันที
- หากกลับจากแคมป์ปิ้งแล้วมีไข้ภายใน 2 สัปดาห์ ให้รีบไปหาหมอทันที พร้อมแจ้งประวัติว่าเพิ่งไปเที่ยวป่ามา
..ตั้งแคมป์ เที่ยวป่า เป็นการเข้าถึงธรรมชาติที่สนุกและฮีลใจ แต่ต้องไม่ลืมดูแลตัวเอง การป้องกันไว้ก่อนจึงดีกว่าการรักษาอย่างแน่นอน!





