ดร.สาธิตา เที่ยงธรรม และทีมนักวิจัยจากศูนย์เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร คว้ารางวัลชนะเลิศในงาน งานประชุมเครือข่ายบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี พ.ศ. 2567 TSRI Research and Development Personnel Network Forum 2024 TSRI-RPN 2024: Preparing Today for Tomorrow’s Challenges จากผลงาน “CelloPower” นวัตกรรมวัสดุปิดแผลเส้นใยนาโน
ผลงานนี้เกิดจากการนำเซลลูโลสที่เหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมมาพัฒนาเป็นวัสดุปิดแผล โดยปกติเซลลูโลสเหลือทิ้งจากโรงงานผลิตสี แลคเกอร์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มักถูกกำจัดด้วยการเผาทำลาย ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่า 640 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ทีมวิจัยได้พัฒนาวิธีแปรรูปเซลลูโลสเหลือทิ้งให้กลายเป็นวัสดุปิดแผลที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทั้งแข็งแรง น้ำหนักเบา และเข้ากันได้กับร่างกาย สามารถช่วยเร่งการสมานแผล ป้องกันการติดเชื้อ และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ มีแผนพัฒนาต่อยอดโดยการนำเทคโนโลยีนาโนชิพมาฝังในวัสดุปิดแผล เพื่อให้สามารถกระตุ้นการรักษาบาดแผลด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่มักมีปัญหาแผลหายช้า

จากแนวความคิดนี้ ทีมนักวิจัยยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดให้เป็นงานวิจัย เพื่อตอบโจทย์ของการเข้าสู่การเป็นสังคมสุขภาวะทางดิจิทัล (Digital wellness ) ในอนาคต ด้วยการนำเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครร่วมกับมหาวิทยาลัย Imperial College London สหราชอาณาจักร ในการจัดตั้ง Joint Integrated Circuit (IC) Design Center ระหว่างสองสถาบัน เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและงานวิจัยล่ำสมัย รวมถึงเป็นหนึ่งในการดำเนินงานภายใต้แผนการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ
ดร.สาธิตา กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราเชื่อว่า การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นการเปลี่ยนงานวิจัยเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทางทีมวิจัยของเราก็ยังมุ่งหวังให้เกิดการต่อยอดและได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะในท้ายที่สุด เป้าหมายสำคัญของ งานวิจัยนี้คือ เราต้องการเปลี่ยนสิ่งที่ไร้มูลค่าที่ต้องเผาทิ้งหรือฝังกลบ ให้เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าและมีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของมวลมนุษยชาติ”





