4 กุมภาพันธ์ ในโอกาสวันมะเร็งโลก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนถึงความร้ายแรงของโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย พร้อมแนะนำวิธีการป้องกันและการตรวจคัดกรองที่เหมาะสมเป็นประจำเพื่อรักษาได้ทันท่วงที
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โรคมะเร็งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม โดยได้แนะนำพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง 7 ประการ ได้แก่:
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด ตับ และช่องปาก
- การรับประทานอาหารรสจัดและอาหารหมักดอง ที่เสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหาร
- การบริโภคอาหารรมควัน ปิ้ง ย่าง ทอดไหม้เกรียม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ
- การรับประทานอาหารที่มีสารกันเสียหรือดินประสิว เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม
- การรับมลพิษ ฝุ่นควัน และสารเคมี จากสิ่งแวดล้อม
- การรับแสงแดดจัดโดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม
- การบริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะปลาน้ำจืด ที่อาจมีพยาธิใบไม้
นอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง กรมอนามัยยังแนะนำให้ประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่:
- มะเร็งเต้านม: ตรวจด้วยตนเองและแมมโมแกรม
- มะเร็งปอด: เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับผู้สูบบุหรี่
- มะเร็งลำไส้ใหญ่: ส่องกล้องหรือตรวจเลือดในผู้ที่อายุ 45-50 ปี
- มะเร็งต่อมลูกหมาก: ตรวจ PSA ในผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไป
- มะเร็งตับ: อัลตราซาวด์และตรวจ AFP ในกลุ่มเสี่ยง
- มะเร็งช่องปาก: ตรวจสุขภาพช่องปากประจำปี
การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด ดังนั้น การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษา





