แพทย์เตือนเร่งเสริมภูมิคุ้มกันกลุ่มเสี่ยง หลังพบโรคทางเดินหายใจพุ่งสูง

แพทย์เตือนคนไทยป้องกันตัวจากภัยโรคทางเดินหายใจ ต้นเหตุการป่วยและเสียชีวิตของกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หลังต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ พร้อมเจอปัญหาฝุ่น PM 2.5 รุนแรงซ้ำหนุนกระตุ้นโรคเพิ่มขึ้น

นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ สถาบันบำราศนราดูร เปิดเผยว่า ในปี 2567 พบผู้ป่วยโควิด-19 สะสมสูงถึง 769,200 ราย โดยกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีอัตราการป่วยและเสียชีวิตสูงสุด มีผู้เสียชีวิตสะสม 222 ราย และสายพันธุ์ที่ตรวจพบเกือบทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ JN.1 ขณะที่โรคปอดอักเสบจากเชื้อ RSV พบผู้ป่วย 8,218 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป สำหรับสาเหตุเกิดได้จากทั้งเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย โดยไวรัสเกิดได้จากไข้หวัดใหญ่ RSV และ COVID-19 ขณะที่แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักได้แก่ เชื้อ Streptococcus pneumoniae หรือเชื้อนิวโมคอคคัส1

ด้าน รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ ชี้ว่า การได้รับวัคซีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไทยทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะการติดเชื้อโควิด-19 ที่อาจมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงจนชัก และมีโอกาสนอนโรงพยาบาลสูงกว่ากลุ่มอื่น บางรายอาจมีอาการ Long COVID ต่อเนื่องหลายเดือน ในส่วนของ RSV เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เด็กวัย 0-6 เดือนป่วยได้บ่อย และจัดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ เด็ก ๆ เป็นปอดอักเสบต้องนอนโรงพยาบาล อาจมีอาการรุนแรงจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ นอกจากนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เน้นย้ำว่า การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันมีความจำเป็นทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว เนื่องจากภูมิคุ้มกันจะเสื่อมถอยลงตามอายุ วัคซีนจะช่วยลดโอกาสติดเชื้อและป้องกันอาการรุนแรง

ทางด้าน นพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยวัคซีน PCV ป้องกันโรคปอดอักเสบครอบคลุมเชื้อ 20 สายพันธุ์ และมีวัคซีน RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตามแพทย์แนะนำให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด และพิจารณารับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่ม 608 ซึ่งประกอบด้วยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงเด็กเล็กและผู้ที่ใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading