จากที่ได้โอกาสเข้าไปร่วมงานมหกรรมเทคโนโลยีการตลาด SC ASSET Presents MarTech Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ไบเทคบุรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากได้ดูรายชื่อผู้เชี่ยวชาญของแต่ละสาขาที่มาร่วมให้ความรู้ จึงสะดุดกับชื่อโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า โรงพยาบาลนมะรักษ์ (Namarak Hospital) ซึ่งให้บริการรักษาโรคเฉพาะทางเต้านม โดยมี รศ.พญ. เยาวนุช คงด่าน หนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลได้มาร่วมให้ความรู้ในหัวข้อ “Driving Hospital Success with Martech” เราจึงไม่รอช้าที่จะเก็บเกี่ยวความรู้มาเล่าสู่กันฟัง นี่แหละ คือ “ทางเลือกใหม่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม”!!
ทำไมต้อง นมะรักษ์?
โรงพยาบาลนมะรักษ์ อ่านว่า นะ-มะ-รัก เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยศาสตร์มะเร็งขนาดเล็ก ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2562 โดยกลุ่มเพื่อนที่อยากเปลี่ยนวิธีคิดวิธีบริหารโรงพยาบาลเอกชนอย่าง “คุณหมอนุช” รศ. พญ.เยาวนุช คงด่าน , นพ.วลัญช์ วิไลหงษ์ สูตินรีแพทย์ และ ภญ.อรอนงค์ สวัสดิ์พาณิชย์
‘นมะ’ ในภาษาไทยแปลว่า การไหว้ ความนอบน้อม รักษ์ คือ การรักษา จึงมีความหมายตรงตัวว่า การให้บริการรักษาด้วยความนอบน้อม อีกนัยหนึ่ง ‘นมะ’ ยังให้ความหมายในเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับทรวงอก ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งนี้
จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงพยาบาล
ด้วยความที่ “คุณหมอนุช” มีความสนใจทางธุรกิจ จึงได้เรียนเพิ่มเติมด้าน MBA ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับโอกาสจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ทำงานเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายคุณภาพ ต่อมาได้รับตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายบริหารกิจการพิเศษ ส่วนงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง จัดหาเครื่องมือ ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาล และได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการผู้จัดการ บริหารบริษัท อาร์เอฟเอส จำกัด ซึ่งเป็นส่วนงานธุรกิจที่ดูแลนอกเหลือจากงานรักษาพยาบาล โอกาสเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันในวัย 50 ปี ที่ต้องการทำตามฝันจึงได้ผันตัวมาเป็นสตาร์อัพทางการแพทย์พร้อมกับผู้ร่วมปณิธานอีก 2 คน ที่มีความพร้อมในด้านทุนทรัพย์ ความรู้ ประสบการณ์ จึงคิดว่าเราควรสร้างเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศเช่นเดียวกัน โดยมุ่งหวังให้คนไข้มองว่า “การมาโรงพยาบาลจะเป็นเสมือนการมาเที่ยวบ้านเพื่อนมากกว่าการมาหาหมอ”
“ในตลาดสุขภาพเอกชนสิ่งที่คล้ายๆกันคือ การมีราคาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งคนชั้นกลางรับมือลำบาก โดยทั่วไปจะมีคนไข้อยู่สองกลุ่มใหญ่ คือกลุ่มคนมีฐานะที่พร้อมจ่ายเพื่อการรักษาที่ดีและความสะดวกสบายในบริการ กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ยอมเสียเวลาเพื่อรอคิวนานๆ ในโรงพยาบาลรัฐที่มีผู้รับบริการหนาแน่นมาก ส่วนกลุ่มคนชั้นกลาง พนักงานบริษัท หรือทำกิจการเล็กๆ จะไปโรงพยาบาลเอกชนก็สู้ราคาไม่ไหว หากเป็นโรคร้ายแรงจะไปโรงพยาบาลรัฐก็ต้องจำใจรอคิวยาว ลางานลำบากเพราะต้องเทียวไปมาหลายรอบกว่าการรักษาจะจบ เราก็มองว่าหากทำโรงพยาบาลเฉพาะทางที่คนชั้นกลางเข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้ง่ายขึ้นทั้งเรื่องราคาและเวลา และให้ความมั่นใจว่าเทคโนโลยี แพทย์ และบุคลากรที่ให้บริการเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์หรือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ จะเป็นเรื่องที่ดีจึงรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนที่มีแนวความคิดเดียวกันก่อตั้งโรงพยาบาลนมะรักษ์ขึ้น” รศ. พญ.เยาวนุช บรรยายด้วยความมุ่งมั่น

แนวทางการดำเนินงานของโรงพยาบาล
รศ. พญ.เยาวนุช เล่าถึงแนวทางของโรงพยาบาลว่า “เราอยากทำให้โรงพยาบาลเป็นเหมือนบ้าน ภายในองค์กรเราจึงพยายามไม่แบ่งแยก ตั้งแต่เครื่องแบบพนักงาน แม่บ้าน พยาบาล หรือหมอ เราจะเป็นแบบเดียวกันคือเสื้อโปโลสีชมพูไม่มีการแบ่งแยก ส่วนระบบบริหารจัดการในองค์กร ช่วง 1-2 ปี หลังก่อตั้งโรงพยาบาล เป็นช่วงที่ COVID ระบาด เราให้ความสำคัญกับเทรนด์ของ Social Media พยายามให้ทุกคนในองค์กรเห็นถึงความสำคัญและใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสื่อสารออกไปให้โรงพยาบาลกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย มีการใช้ Google Forms มากรอกข้อมูลแบบง่ายๆ กระทั่งในปี 2566 จนถึงปัจจุบัน เทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมาก”
เทคโนโลยีการตลาดเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลอย่างไร
เทคโนโลยีทางการตลาดอย่าง Marketing Technology หรือ MarTech เข้ามามีบทบาทอย่างมากกับโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยโรงพยาบาลได้นำ AI มาใช้ในหลายๆด้าน เพื่อช่วยพัฒนาองค์กร ทำให้คนไข้เข้าถึงการรักษามากขึ้น และยังทำให้โรงพยาบาลเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งเต้านม มีการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ มาช่วยในการทำงาน อาทิ Kissflow Workflow Software, HumanSoft, Slack, Dropthought, Infobip เป็นต้น ทุกอย่างจะทำให้เป็น automation process
“โรงพยาบาลนมะรักษ์ได้นำเครื่องมือ MarTech มาช่วยเพื่อให้เข้าถึงคนไข้ให้ได้มากที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบด้วยการนำ AI มาปรับปรุงการบริการ คนไข้สามารถเข้ามารายงานอาการป่วยของตนเอง ให้คำแนะนำในบริการของโรงพยาบาล มีการใช้ AI มาช่วยในการอ่านไดอะแกรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เราจะพยายามทำให้โรงพยาบาลกลายเป็น digital first hospital ซึ่งการมี MarTech ช่วยทำให้เราพัฒนาไปได้ไวมาก ปัจจุบันเราไม่มี Advertising แต่เราทำ internal marketing ให้แข็งแรง ด้วยการซื้อเครื่องมือที่ทันสมัยมาเสริมศักยภาพของโรงพยาบาล นี่คือแนวทางของโรงพยาบาลนมะรักษ์” รศ. พญ.เยาวนุช กล่าวทิ้งท้าย

โรงพยาบาลนมะรักษ์ นับเป็นต้นแบบของสตาร์ทอัพด้านการแพทย์ที่มุ่งเน้นการรักษาเฉพาะทางโรคมะเร็งเต้านมด้วยความเชี่ยวชาญระดับสูง แต่ราคาเข้าถึงได้สำหรับคนชั้นกลาง พร้อมกับนำเทคโนโลยีทางการตลาดมาปรับใช้อย่างชาญฉลาด ด้วยปรัชญาการรักษาที่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเสมือนเพื่อน และสร้างบรรยากาศที่ไม่แบ่งแยกทั้งภายในและภายนอกองค์กร ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้กลายเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ต้องการการรักษาที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับความอบอุ่นในการบริการจึงทำให้โรงพยาบาลนมะรักษ์เป็นมากกว่าสถานพยาบาล แต่เป็นบ้านหลังที่สองที่พร้อมดูแลผู้ป่วยด้วยความเข้าใจและใส่ใจในทุกขั้นตอนของการรักษา





