การใช้ชีวิตในออฟฟิศเป็นเวลานาน ๆ อาจแฝงไปด้วยความเสี่ยงด้านสุขภาพมากมายที่คุณคาดไม่ถึง จากการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานับ 8-9 ชั่วโมงต่อวัน การประชุมที่ยาวนาน และการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ ล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนสุขภาพชาวออฟฟิศอย่างเงียบ ๆ ลองมาดูกันว่ามีปัญหาสุขภาพอะไรบ้างที่คุณอาจกำลังเผชิญอยู่ และจะดูแลตัวเองได้อย่างไร
ปัญหาสุขภาพยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศ
- ออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสุขภาพที่มาเป็นอันดับหนึ่งสำหรับชาวออฟฟิศ เกิดจากการนั่งทำงานในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน หรือการใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง ข้อมือ และอาจลามไปถึงอาการปวดศีรษะเรื้อรัง บางรายอาจมีอาการชา หรือเป็นเหน็บร่วมด้วย
- โรคตาคอมพิวเตอร์ การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ทำให้ดวงตาทำงานหนัก เกิดอาการตาแห้ง แสบตา เคืองตา ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ และอาจส่งผลกระทบต่อสายตาในระยะยาว
- โรคอ้วนและโรคที่ตามมา การนั่งเป็นเวลานาน ๆ ขาดการเคลื่อนไหว ร่วมกับการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว หรือเครื่องดื่มหวาน ๆ ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ
- ปัญหาระบบทางเดินอาหาร ความเครียดจากการทำงาน การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา การเร่งรีบในการกิน และการดื่มกาแฟในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ กรดไหลย้อน ท้องผูก หรือท้องเสีย
- โรคเครียดและปัญหาสุขภาพจิต ความกดดันจากงาน ปริมาณงานที่มากเกินไป ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า และการขาดสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ล้วนเป็นสาเหตุของความเครียดเรื้อรัง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหานอนไม่หลับได้
- โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ชาวออฟฟิศส่วนใหญ่มองว่า การทำงานให้เสร็จทันในเวลาที่กำหนด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จนบางครั้งละเลยเรื่องบางอย่าง เช่น การไม่ไปปัสสาวะทันทีที่ปวด เพราะอยากจะเคลียร์งานให้เสร็จก่อน พฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงต่อโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ที่มีอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอยบ่อยครั้ง ปัสสาวะแสบขัด มีสีขุ่น หรืออาจมีเลือดปนมากับปัสสาวะ
- เส้นเลือดขอด การยืนหรือนั่งในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้หลอดเลือดดำที่ขาโป่งพอง มองเห็นเป็นเส้นเลือดสีเขียวหรือม่วงที่ขดเคี้ยวบริเวณน่องและข้อเท้า
วิธีดูแลสุขภาพสำหรับชาวออฟฟิศ
วิธีป้องกันและดูแลตัวเองง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่ง
- นั่งตัวตรง: หลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าวางราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
- ปรับระดับหน้าจอ: ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับขอบบนของหน้าจอ ระยะห่างจากหน้าจอประมาณ 1 ช่วงแขน
- เลือกเก้าอี้ที่เหมาะสม: เก้าอี้ทำงานที่ดีควรมีพนักพิงรองรับแผ่นหลังส่วนล่าง และสามารถปรับระดับความสูงได้
- ลุกเดิน ยืดเส้นยืดสายเป็นประจำ
- ทุก 1-2 ชั่วโมง: ลุกขึ้นเดิน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือเดินไปเข้าห้องน้ำ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
- ออกกำลังกายเบา ๆ: ยืดเหยียดคอ บ่า ไหล่ ข้อมือ โดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ก็ได้
- พักสายตาบ้าง
- กฎ 20-20-20: ทุก 20 นาที ให้พักสายตาจากหน้าจอ มองไปที่วัตถุไกล ๆ ประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
- กะพริบตาบ่อย ๆ: ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา
- ใช้แผ่นกรองแสง: หรือปรับลดความสว่างของหน้าจอ
- ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน
- เน้นผักผลไม้: ทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ
- ลดอาหารแปรรูป: หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มรสหวาน
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
- จัดการความเครียด
- หางานอดิเรก: ทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อผ่อนคลาย
- พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
- พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ: ระบายความในใจ หรือขอคำปรึกษา
- ทำสมาธิหรือโยคะ: ช่วยลดความตึงเครียด
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- หาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเร็ว วิ่ง โยคะ หรือเข้าฟิตเนส
..ลองหันมาดูแลสุขภาพด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันกันเถอะ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีจะช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่





