โควิดสายพันธุ์ใหม่ “XFG” คืออะไร?

สายพันธุ์ XFG คืออะไร?

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มีการเปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โควิด-19 สายพันธุ์ “XFG” เป็นสายพันธุ์ที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด 

สายพันธุ์ XFG เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน ที่เกิดจากการผสมกันของสายพันธุ์ LF.7 และ LP.8.1.2 โดยตรวจพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568

ทำไมต้องจับตา?

เนื่องจาก สายพันธุ์ “XFG” มีคุณสมบัติด้านการแพร่กระจายที่รวดเร็ว และสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น

  1. แพร่กระจายได้เร็วกว่าเดิม – ไวรัสสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายขึ้น
  2. หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น – แม้ได้รับวัคซีนหรือเคยติดเชื้อแล้ว ก็ยังมีโอกาสติดซ้ำได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์นี้ทำให้ป่วยรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น

สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ตรวจพบครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายน 2568
  • จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวน23 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2568)
  • สัดส่วนการพบ 6.8% จากการตรวจ 236 ตัวอย่าง

สายพันธุ์ที่พบในไทยปัจจุบัน:

  • NB.1.8.1: 83.9% (ยังเป็นสายพันธุ์หลัก)
  • XFG: 6.8%
  • XEC: 5.9%
  • อื่นๆ: สัดส่วนน้อย

วิธีป้องกันตัวเอง

แม้ยังไม่มีหลักฐานว่าอันตรายมากขึ้น แต่ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเดิม คือ

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือมีคนหนาแน่น
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็น

เมื่อพบว่ามีอาการป่วย เป็นไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ให้รีบพบแพทย์

ในปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจสอบรหัสพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 รวมทั้งติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัส นอกจากนี้ยังได้แบ่งปันข้อมูลกับระบบเฝ้าระวังโรคระดับโลก โดยตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในประเทศไทยในเดือนมกราคม 2563 จนถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ประเทศไทยได้เผยแพร่ข้อมูลจีโนมของเชื้อโควิด 19 สะสมแล้วทั้งสิ้น 48,541 ราย

.. โควิดสายพันธุ์ XFG เป็นสายพันธุ์ที่ต้องจับตา เนื่องจากแพร่กระจายได้รวดเร็วและหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าอันตรายมากขึ้น ประชาชนควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเดิมอย่างต่อเนื่อง และหากมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading