กองอนามัยฉุกเฉิน กรมอนามัย จัดทำแนวทางการจัดการกับกลิ่นและซากศพบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อป้องกันการระบาดของโรคและลดผลกระทบทางจิตใจของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องกลิ่นจากซากศพไม่เพียงแต่ก่อความรำคาญ แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของทหารในระยะยาว เช่น ความหวาดกลัวและความวิตกกังวล จึงได้มอบหมายให้กองอนามัยฉุกเฉินจัดทำแนวทางขึ้น
แนวทางการจัดการเบื้องต้น ประกอบด้วย
1.การจัดการซาก เสนอให้ใช้ปูนขาวหรือสารฟอกขาวโรยบนซากศพ เพื่อลดกลิ่นและฆ่าเชื้อโรค พร้อมทั้งประสานงานกับกัมพูชาเพื่อเร่งจัดการตามพิธีทางศาสนา
2.การป้องกันโรค แนะนำให้เจ้าหน้าที่ป้องกันตนเองจากแมลงและสัตว์พาหะนำโรค โดยการทายากันแมลงและสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด
3.การจัดการแหล่งน้ำ งดใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่สงสัยว่าปนเปื้อน หรือต้องปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยการต้มหรือเติมคลอรีนตามมาตรฐาน
4.การป้องกันกลิ่นและเชื้อโรคในอากาศ ให้ใช้หน้ากาก N95 หรือหน้ากากคาร์บอน เพื่อป้องกันการสูดดมเชื้อโรคและลดกลิ่นรบกวน
ด้าน นพ.ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กลิ่นจากซากศพจะคงอยู่ได้นานถึง 8-11 เดือน ดังนั้นการฝังกลบหรือใช้ปูนขาวจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันปัญหาดังกล่าว





