ปรับไลฟ์สไตล์ ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม เป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม จากข้อมูลของกรมอนามัยพบว่า ในปี 2565 หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด จำนวน 38,559 ราย รองลงมา คือ มะเร็งปากมดลูก โดยพบมากที่สุดในหญิงอายุ 60 ปี ขึ้นไป มีจำนวน 19,776 ราย รองลงมา คือ อายุ 50 – 59 ปี จำนวน 12,181 ราย และ อายุ 40 – 49 ปี จำนวน 5,177 ราย อย่างไรก็ตาม เราสามารถ ลดความเสี่ยง ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดี และเสริมด้วยการ ตรวจคัดกรองด้วยตนเองเป็นประจำ

การมีสุขภาพดี คือรากฐานสำคัญในการป้องกันโรค เคล็ดลับง่ายๆ ในการลดความเสี่ยงการเป็น มะเร็งเต้านม ที่คุณสามารถเริ่มต้นได้ทันที

1.ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ภาวะอ้วน โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่เพิ่มขึ้น การดูแลให้มี ดัชนีมวลกาย (BMI) ที่สมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพียงแค่เดินเร็ว, วิ่งเหยาะๆ, หรือทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกาย อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ก็ช่วยลดระดับฮอร์โมนบางชนิดที่กระตุ้นมะเร็งได้แล้ว 

3.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด ซึ่งอุดมด้วย ใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ เลี่ยงการรับประทานเนื้อแดง, เนื้อแปรรูป, และอาหารที่มีน้ำตาลสูง

4.จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยิ่งดื่มมาก ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น หากจำเป็นควรดื่มในปริมาณที่จำกัดและไม่ควรเกิน 1 ดริงก์มาตรฐานต่อวันสำหรับผู้หญิง

5.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูบเองหรือได้รับควันบุหรี่มือสอง ก็เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมและมะเร็งอื่นๆ การเลิกสูบจึงเป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับตัวคุณเอง

วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) 

การตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรารู้จักและคุ้นเคยกับเต้านมของตัวเอง ซึ่งจะทำให้สามารถสังเกตความผิดปกติเล็กน้อยได้เร็วขึ้น ควรทำหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว 7-10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เต้านมนิ่มลง ไม่บวมตึง (หากหมดประจำเดือนไปแล้ว ให้กำหนดวันใดวันหนึ่งของเดือนที่จำง่าย)

การตรวจมี 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. การดูด้วยสายตา (Look)

  • ยืนหน้ากระจก ปล่อยแขนข้างลำตัว, ยกแขนเหนือศีรษะ, และเท้าเอว
    • สังเกตขนาด รูปร่าง และสีผิวของเต้านมทั้งสองข้าง รวมถึงหัวนม
    • มองหาการเปลี่ยนแปลง เช่น มีก้อนนูน, ผิวหนังบุ๋มลง, ผิวหนังคล้ายเปลือกส้ม, หรือหัวนมถูกดึงรั้งเข้าไป

2. การคลำในท่ายืน (Feel – Standing)

  • ใช้ปลายนิ้วมือ 3 นิ้ว (นิ้วชี้, นิ้วกลาง, นิ้วนาง) คลำเบาๆ ทั่วเต้านมและบริเวณรักแร้
    • คลำไล่เป็นวงกลม, แนวเส้นตรง, หรือแนวรูปลิ่ม เพื่อให้แน่ใจว่าคลำครอบคลุมทุกส่วน
    • ทำซ้ำทั้งสองข้าง

3. การคลำในท่านอน (Feel – Lying Down)

  • นอนราบ ยกแขนข้างที่จะตรวจขึ้นเหนือศีรษะ หรือหนุนหมอนใต้ไหล่ข้างนั้น
    • คลำในลักษณะเดียวกับการคลำในท่ายืน การนอนราบจะช่วยกระจายเนื้อเต้านมให้อยู่ในระดับที่คลำได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ควรสังเกตและรีบปรึกษาแพทย์ทันที

  • มีก้อนเนื้อ หรือก้อนหนาผิดปกติในเต้านมหรือรักแร้
  • การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง: เช่น บุ๋ม, แดง, มีผื่น, หรือผิวหนังหนาขึ้น
  • มีน้ำไหลออกจากหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเลือด หรือน้ำใสๆ
  • การเปลี่ยนแปลงของหัวนม: เช่น ถูกดึงรั้ง, มีแผล บวมแดง, หรือมีอาการเจ็บ

การดูแลสุขภาพที่ดีและหมั่นใส่ใจตัวเองอยู่เสมอคือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุด และนอกจากการตรวจด้วยตนเองแล้ว อย่าลืมปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมและ/หรืออัลตราซาวด์เต้านมตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไป

เดือนตุลาคม เป็นเดือนรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมทั่วโลก โดยมีเป้าหมายให้ความรู้และส่งเสริมการตรวจหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สำหรับวันมะเร็งเต้านมสากลตรงกับวันที่ 7 ตุลาคมของทุกปี

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading