10 ภาคีเครือข่ายชวนสังคมไทยเปิดใจ เข้าใจสมาธิสั้น

สังคมไทยก้าวสู่ยุคแห่งความตระหนักรู้ ชี้โรคสมาธิสั้นไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือศักยภาพที่รอการปลดล็อก

ในยุคที่สังคมไทยกำลังเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางสมองมากขึ้น ภาวะสมาธิสั้นซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ความซน” ได้ถูกเปิดเผยให้เห็นถึงความจริงที่แท้จริง นั่นคือความผิดปกติทางสมองที่ส่งผลต่อการควบคุมตนเองและการจดจ่อ ซึ่งหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่

งาน “เปิดหัวใจ เข้าใจสมาธิสั้น ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของ 10 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท การ์ตูน คลับ มีเดีย จำกัด และบริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจและแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ต่อภาวะสมาธิสั้น โดยได้รับเกียรติจากคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน

อัตราป่วยสูงใกล้สุดในโลก เร่งปลุกจิตสำนึกสังคม

ศ.เกียรติคุณ นพ.รณชัย คงสกนธ์ อดีตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตระหนักว่า อัตราการป่วยด้วยโรคสมาธิสั้นในคนไทยอยู่ที่ระดับสูงถึง 5-8% ซึ่งนับว่าใกล้เคียงกับอัตราสูงสุดเมื่อเทียบกับนานาประเทศ หมายความว่าในห้องเรียนทั่วไปหนึ่งห้อง จะพบเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นอย่างน้อย 1-2 คน

“ความท้าทายที่สำคัญคือ ผู้ปกครองหลายท่านยังไม่กล้าพาบุตรหลานมาพบแพทย์ เนื่องจากความวิตกกังวลว่าจะถูกตราหน้าว่าเป็นโรคทางจิตเวช ทั้งที่ความจริงแล้วโรคนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของสมอง โดยมีปัจจัยจากกรรมพันธุ์สูงถึง 75%” นพ.รณชัย กล่าวพร้อมเปรียบเทียบว่า การไม่รักษาโรคนี้เปรียบเสมือนการขับรถที่ติดเบรกมืออยู่ ทำให้เด็กไม่สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มที่

ในทางตรงกันข้าม หลายกรณีที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง กลับสามารถเรียนได้ดีและสอบได้ทุนตามศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง ขณะที่ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นโดยไม่ได้รักษาอาจนำไปสู่ความสูญเสียต่าง ๆ โดยเฉพาะการทะเลาะวิวาทและการทำร้ายผู้อื่น

ไขความลับอาการสมาธิสั้นในแต่ละช่วงวัย

พญ.ศุภรา เชาว์ปรีชา ตัวแทนนายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้อธิบายถึงการแสดงออกของโรคที่แตกต่างกันตามพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยอย่างน่าสนใจ

ในวัยเด็ก อาการจะปรากฏชัดเจนผ่านการเคลื่อนไหวทางกายที่มากกว่าปกติ ความหุนหันพลันแล่น และความชอบกิจกรรมที่ตื่นเต้นหวาดเสียว ขณะที่ในวัยผู้ใหญ่ แม้พัฒนาการจะช่วยให้สามารถปรับปรุงพฤติกรรมได้ดีขึ้น แต่ร่องรอยของความหุนหันพลันแล่นยังคงแฝงอยู่ และมักส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากความใจร้อน อารมณ์หงุดหงิดพุ่งเร็ว และการมีปากเสียงง่าย

นอกจากนี้ยังอาจสังเกตได้จากอาการยุกยิก กระวนกระวาย ไม่ค่อยนิ่ง โดยเฉพาะในการทำงานที่มักจะไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน หรือทำงานได้แต่มักมีความหลุดรั่ว

กุญแจสู่การวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

รศ.นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร ประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า การวินิจฉัยโรคจะใช้เกณฑ์จากการประเมินอาการเป็นหลัก อย่างไรก็ดี อาการบางอย่างอาจคล้ายคลึงกับโรคทางกายอื่น และมักมีภาวะร่วมอื่น ๆ เช่น ดื้อ ต่อต้าน และวิตกกังวล

“ผู้ปกครองคือผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในกระบวนการรักษา เพราะข้อมูลจากผู้ปกครองจะเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่การวินิจฉัยที่แม่นยำ” นพ.ณัทธร กล่าว

สำหรับแนวทางการรักษา โดยทั่วไปจะเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรม ซึ่งผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมากในการจัดระบบการดูแลและลดสิ่งเร้าในสภาพแวดล้อม เพื่อช่วยให้เด็กสงบลง ในบางรายการปรับการดูแลที่ดีจะทำให้อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และแม้ว่าการใช้ยาจะช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น แต่การปรับพฤติกรรมก็ยังคงต้องดำเนินควบคู่กันไป

ก้าวข้าม 2 อุปสรรคสู่การเข้าถึงการรักษา

ศ.นพ.วิฐารณ บุญสิทธิ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญสองประการที่ขวางกั้นการเข้าถึงการรักษา

อุปสรรคแรก คือ ความไม่รู้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่าอาการซน อยู่ไม่นิ่ง หรือการทำงานสะเพร่าของบุตรหลาน เป็นเพียงเพราะความซน การดูจอมากเกินไป หรือความขี้เกียจ จึงละเลยการพาไปพบแพทย์

อุปสรรคที่สอง คือ ความกลัว ผู้ปกครองบางส่วนมองว่าโรคนี้เป็นสิ่งน่ากลัวจึงเลือกที่จะไม่พามาพบแพทย์

“ความจริงแล้ว โรคนี้มียาจำเพาะที่ใช้มานานเกือบ 80 ปี มีทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย การรักษาไม่ได้มุ่งเป้าหมายเพียงการลดอาการที่เป็นอุปสรรค แต่ยังป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ทั้งในด้านการเรียน สภาพจิตใจ และความสัมพันธ์กับผู้อื่น การรักษาจึงเป็นการเพิ่มศักยภาพให้ผู้มีภาวะสมาธิสั้นประสบความสำเร็จได้ดีขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ทั้งตนเองและครอบครัว” ศ.นพ.วิฐารณ กล่าวย้ำ

ความร่วมมือ 3 ภาคส่วน: บ้าน-โรงเรียน-สาธารณสุข

คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มองว่าการดูแลผู้มีภาวะสมาธิสั้นควรทำแบบองค์รวม โดยต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสามภาคส่วนหลัก

ในส่วนของพ่อแม่ ต้องเข้าใจอาการเบื้องต้นที่เกิดกับบุตรหลาน ส่วนครูซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก หากเข้าใจอาการจะทำให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ทางด้านสาธารณสุข ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีศูนย์สาธารณสุขกระจายทั่วกรุงเทพฯ ที่พร้อมให้การดูแลโดยทำงานร่วมกับโรงเรียนในสังกัด

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้ปกครอง และขอให้ผู้ปกครองอย่ากลัวที่จะเปิดเผยหรือพาบุตรหลานมาตรวจ ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี เพราะจะนำไปสู่การแก้ไขที่เหมาะสมได้ทันเวลา” ผู้ว่าฯ กล่าว

กีฬา: เครื่องมือบำบัดและพัฒนาสมาธิ

นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ประธานฝ่ายแพทย์ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มองว่ากีฬาเป็นเครื่องมือบำบัดและฝึกสมาธิที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้น

“กีฬาทุกประเภทต้องอาศัยสมาธิเป็นพื้นฐาน และมีกฎ กติกา ระเบียบที่ชัดเจน เด็กที่มาเล่นกีฬานอกจากจะได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว ยังต้องปฏิบัติตามกฎกติกา ซึ่งจะช่วยปรับพฤติกรรม สร้างการควบคุมตนเอง และฝึกสมาธิให้ดีขึ้น” นพ.ไพศาล อธิบาย

ส่วนคุณกวินทร์ ธรรมะสัจจานนท์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ ได้ให้กำลังใจผู้มีภาวะสมาธิสั้นที่มีความฝันอยากเป็นนักกีฬาว่า “อยากให้เปลี่ยนมุมมองใหม่ อย่ามองว่าสิ่งที่ตนเองเป็นคือจุดอ่อน แต่ให้มั่นใจในตัวเอง การมีพลังงานที่เหลือล้นของเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นนั้นเป็นคุณสมบัติที่นักกีฬาต้องการ ขอให้ค้นหาความชอบและจุดเด่นของตัวเองให้เจอ แล้วพัฒนาจากจุดนั้น”

อย่างไรก็ตาม คุณกวินทร์ย้ำว่าการสนับสนุนจากคนรอบข้างมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง โค้ช หรือเพื่อน ๆ ต้องเข้าใจ ให้กำลังใจ และช่วยให้พวกเขาเห็นคุณค่าในตัวเอง

งาน “เปิดหัวใจ เข้าใจสมาธิสั้น ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง” นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวข้ามความเข้าใจผิดในอดีต และหันมามองภาวะสมาธิสั้นด้วยสายตาแห่งความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะนี้สามารถเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเอง และเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคม

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading