ร้อนนี้อย่าประมาท! ผู้สูงอายุเสี่ยง “ฮีทสโตรก”

เมื่ออากาศร้อนของเดือนเมษายนพุ่งทะลุ 42–45 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ความร้อนที่ว่านี้ไม่ใช่แค่ความไม่สบายตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่คร่าชีวิตคนไทยได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่าในปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดหรือ “ฮีทสโตรก” สูงถึง 63 ราย และที่น่าตกใจคืออายุเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตอยู่ที่เพียง 62 ปี สะท้อนให้เห็นชัดว่าผู้สูงวัยคือกลุ่มที่เปราะบางที่สุดต่อวิกฤตความร้อนที่กำลังทวีรุนแรงขึ้นทุกปี

รู้จัก “ฮีทสโตรก” ก่อนสายเกินไป

ฮีทสโตรก เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ร่างกายของผู้สูงอายุยิ่งเสี่ยงกว่าคนหนุ่มสาว เพราะกลไกการระบายความร้อนเสื่อมถอยตามวัย ยาบางชนิดที่ต้องรับประทานประจำก็อาจยิ่งขัดขวางการขับเหงื่อด้วย

สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต:

  • เหงื่อออกน้อยผิดปกติ ทั้งที่อากาศร้อนมาก
  • ตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงและแห้ง
  • มึนงง สับสน หรือหมดสติ

หากพบอาการเหล่านี้ในผู้สูงอายุ ควรรีบนำตัวเข้าที่ร่ม ลดอุณหภูมิร่างกาย และพาไปพบแพทย์ทันที

ดูแลผู้สูงวัยอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าร้อน

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวว่า “วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ยกระดับสู่ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ได้ทวีความรุนแรงของสภาพอากาศสุดขั้วโดยเฉพาะอุณหภูมิที่พุ่งสูงทำสถิติในช่วงฤดูร้อน ซึ่งคุกคามความมั่นคงทางสุขภาพของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลุ่มผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงสุด ขณะเดียวกัน ภาวะอากาศร้อนจัดถือเป็นวิกฤตระยะยาวที่ทุกคนต้องปรับ เปลี่ยน เพื่อความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทางสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จึงขอเสนอแนวทางการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptaion) ด้วยแนวทาง ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด สอดรับแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ในสาขาสาธารณสุข และการตั้งถิ่นฐาน ที่มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเปราะบางของกลุ่มเสี่ยง”

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะนำแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ที่สามารถทำได้ในทุกครอบครัว ดังนี้

1.ดูแลร่างกาย ให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำสะอาดสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว แม้จะยังไม่รู้สึกกระหาย หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ และงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงแดดจัด โดยเฉพาะเวลา 10.00–16.00 น.

2.ปรับบ้านให้เย็นขึ้น บ้านที่ร้อนอบอ้าวอันตรายพอๆ กับการอยู่กลางแดด จัดพื้นที่พักผ่อนชั้นล่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก เปิดหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าและเย็น ใช้ม่านหรือมู่ลี่กันแดดในช่วงบ่าย และหากมีต้นไม้ให้ร่มเงาบริเวณรอบบ้าน จะช่วยลดอุณหภูมิได้กว่า 2 องศาเซลเซียส

3.ชุมชนช่วยกันดูแล เพื่อนบ้านและคนในชุมชนควรหมั่นสังเกตผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนจัด และหากชุมชนมีพื้นที่ส่วนกลางที่อากาศเย็นสบาย ก็เปิดให้ผู้สูงอายุมาใช้พักพิงได้

วิกฤตโลกเดือดกำลังเคาะประตูบ้านเราทุกปี การดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้รอดพ้นจากความร้อนในฤดูนี้ เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยสิ่งเล็กน้อยที่ทุกคนทำได้

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading