
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อน “มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก” อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “คุณภาพ เข้าถึงได้” มุ่งยกระดับบริการสุขภาพให้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับครอบครัวถึงชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริม “การฝากครรภ์คุณภาพ” ควบคู่กับการดูแลสุขภาพเชิงรุก ผ่าน “รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย” ที่นำบริการถึงพื้นที่ห่างไกล ลดช่องว่างการเข้าถึงบริการที่จำเป็น
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์อนามัยแม่และเด็กปี 2569 พบว่า หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 20.93 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน หรือในหญิงคลอดบุตรทุก 100,000 คน พบเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์หรือการคลอดประมาณ 21 คน ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไม่เกิน 15 คน และในเด็กเกิดใหม่ที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 28 วัน เสียชีวิตคิดเป็น 4.30 คนต่อพันการเกิดมีชีพ หรือ ในเด็กเกิดใหม่ทุก 1,000 คน มีทารกเสียชีวิตในช่วง 28 วันแรกของชีวิตประมาณ 4 คน สูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้น้อยกว่า 4 คน ทั้งนี้ ทุกการสูญเสียของแม่และเด็กส่งผลต่อทั้งครอบครัวและอนาคตของประเทศ การเข้าถึงบริการฝากครรภ์และการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพตั้งแต่ระยะแรก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน การคลอดก่อนกำหนด และการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ครั้งแรกก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ ร้อยละ 73.96 ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่ร้อยละ 75 หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการดูแลก่อนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 64.40 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 75 เช่นเดียวกัน เด็กปฐมวัยเข้ารับการตรวจคัดกรองพัฒนาการ คิดเป็นร้อยละ 86.8 ยังต่ำกว่าค่าเป้าหมายร้อยละ 90 โดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบยังคงพบปัญหาการฝากครรภ์ล่าช้า มากถึงร้อยละ 61.95 แม้ประเทศไทยมีระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุม แต่ยังคงพบความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ชนบท ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การคลอดก่อนกำหนด และทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำได้ การป้องกันการเสียชีวิตของแม่และทารกแรกเกิด โดยการฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรกและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด รวมถึงส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัย
แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพกล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก ต้องดำเนินการควบคู่ทั้ง “มาตรฐานบริการ” และ “การเข้าถึง” โดยเน้นการบริการเชิงรุกในชุมชน “รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย” เป็นการเพิ่มการเข้าถึงระบบบริการของหญิงตั้งครรภ์ ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ลดอุปสรรคด้านระยะทางและค่าใช้จ่าย กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กแรกเกิดถึง 2 ปี การจัดบริการ ประกอบด้วย การซักประวัติ การตรวจทางร่างกายเบื้องต้น การคัดกรอง 5 โรคเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและโรคต่างๆ การตรวจอัลตราซาวด์เพื่อประเมินอายุครรภ์ และติดตามการเจริญเติบโตของทารก การเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การให้วัคซีนพื้นฐาน การจัดบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบทางไกล (Telemedicine) การตรวจสุขภาพช่องปาก การตรวจติดตามประเมินพัฒนาการและการเจริญเติบโต รวมถึงการให้ความรู้ผู้ปกครองในกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อให้แม่และเด็กได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย






