
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จับมือ LOTUS’S และ 7-Eleven ร่วมจัดแคมเปญรณรงค์ส่งเสริมการดื่มนม ช่วยให้คนไทยทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว ควบคู่การออกกำลังกายและนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต สะสมมวลกระดูก ป้องกันมวลกล้ามเนื้อลดลง และชะลอโรคกระดูกพรุน หลังพบเด็กไทย เพียงร้อยละ 23 ดื่มนม ได้ 2 แก้วต่อวัน
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยเดินหน้าสร้างพฤติกรรมการดื่มนม ภายใต้แนวคิด “ดื่มนมจืด 2 แก้วทุกวัน ทุกวัย” เนื่องจากนมโคมีสารอาหารจำเป็นถึง 13 ชนิด โดยเฉพาะแคลเซียมและโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเสริมความหนาแน่นของกระดูก การซ่อมแซมร่างกาย และการเจริญเติบโต โดยเฉพาะเด็ก ควรดื่มนมจืด 2 แก้วต่อวัน โดยแบ่งเป็นช่วงเช้า และเย็น ร่วมกับการกินอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ตามแนวทาง 10-20-30 คือ 10 นาที ช่วงเช้า 20 นาทีช่วงพักเที่ยง และ 30 นาทีหลังเลิกเรียน ที่สำคัญนอนหลับพักผ่อนให้เพียง ควรนอนก่อนเวลา 21.00 น. เพื่อกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตและเพิ่มศักยภาพด้านส่วนสูง สะสมมวลกระดูก ป้องกันมวลกล้ามเนื้อลดลง และชะลอโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ
“ทั้งนี้ จากการสำรวจภาวะโภชนาการเด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 2 หรือ SEANUTS II ซึ่งสำรวจเด็กระหว่างอายุ 6 เดือน – 12 ปี กว่า 14,000 คน จากไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม พบว่า เด็กไทยอายุ 2-12 ปี เพียงร้อยละ 23 ดื่มนมได้ตามเกณฑ์ 2 แก้วต่อวัน ขณะที่เด็กโตมีแนวโน้มละเลยการดื่มนม ส่งผลให้เด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่าร้อยละ 70 มีภาวะขาดแคลเซียม และร้อยละ 84 ได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ สอดคล้องกับอนามัยโพลปี 2569 ที่พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ดื่มนมจืดได้ตามเกณฑ์ เพียงร้อยละ 19.6 เท่านั้น ซึ่งอาจกระทบต่อการเจริญเติบโต เสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย และเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุนในอนาคต จากรายงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 ปี 2567-2568 พบว่า เด็กชายสูงเพิ่มเฉลี่ย 6.5 ซม. และเด็กหญิงสูงเพิ่มเฉลี่ยเพียง 5.2 ซม. ความสูงเฉลี่ยของชายไทย 171.6 ซม. และหญิงไทย 159.3 ซม. ซึ่งต่ำกว่าสิงคโปร์ที่ผู้ชายมีความสูงเฉลี่ย 176.9 ซม.และผู้หญิง 163.3 ซม. และญี่ปุ่นที่ผู้ชายมีความสูงเฉลี่ย 173.5 ซม. และผู้หญิงมีความสูงเฉลี่ย 161.5 ซม.” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยมีการดื่มนมเฉลี่ยเพียง 23.1 ลิตรต่อคนต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 31 ลิตรต่อคนต่อปี รวมถึงต่ำกว่าสิงคโปร์และญี่ปุ่น ที่ดื่มนม 62 และ 36.2 ลิตรต่อคนต่อปี “นม” มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี2 เป็นสารอาหารสำคัญ วัยทำงานควรดื่มนมจืดควบคู่การออกกำลังกาย เช่น กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก เดินเร็ว ร่วมกับ การสควอท วิดพื้น เพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ ป้องกันโรคกระดูกพรุน ส่วนผู้สูงอายุ ควรเลือกดื่มนมพร่องมันเนย หรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ร่วมกับกินอาหารโปรตีนเพียงพอ เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง และออกกำลังกาย เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้ รวมถึงรับแสงแดดอ่อนเพื่อเพิ่มวิตามินดีในการดูดซึมแคลเซียม เพื่อป้องกันมวลกล้ามเนื้อน้อย ทั้งนี้ เนื่องในวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันดื่มนมโลก กรมอนามัยยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน อาทิ LOTUS’S และ 7-Eleven จัดโปรโมชันส่งเสริมการดื่มนม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงนมจืดได้ง่ายขึ้นในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กไทยสูงดี สมวัย วัยทำงานมีกระดูกที่แข็งแรง และป้องกันโรคกระดูกพรุนสำหรับผู้สูงอายุในอนาคต





