
หากคุณเคยพูดหรือได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยๆ เช่น ขอแสงเพิ่มหน่อย, ตัวหนังสือเล็กไปหรือเปล่า, เดี๋ยวขอยืดแขนก่อนอ่านไม่ชัด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้ว อาการมองใกล้ไม่ชัด อ่านข้อความในโทรศัพท์ลำบาก หรือเริ่มต้องพกแว่นอ่านหนังสือติดตัวตลอดเวลา เป็นสัญญาณของ “สายตายาวตามวัย” ภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และกำลังกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนยุคดิจิทัลมากกว่าที่คิด
พญ.ชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัด แก้ไขสายตา โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่พฤติกรรมการใช้สายตาเปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอแทบตลอดวัน ทั้งการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การตอบแชตผ่านสมาร์ตโฟน การประชุมออนไลน์ รวมถึงการขับรถในเวลากลางคืน ทำให้อาการมองใกล้ไม่ชัดเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในคนวัย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะ “สายตายาวตามวัย”
“สายตายาวตามวัย” เกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น เลนส์ตาจะค่อยๆ แข็งตัวและสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้ดวงตาไม่สามารถโฟกัสวัตถุระยะใกล้ได้ดีเหมือนเดิม ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าอาการมองใกล้ไม่ชัดเป็นเรื่องปกติของอายุ และคิดว่าการใส่แว่นคือทางออกเดียว แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้น และลดการพึ่งพาแว่นตาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัย ปัจจุบันมีเทคโนโลยี “PRESBYOND” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเลสิคที่ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของการมองเห็นทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ตอบโจทย์การใช้สายตาในชีวิตประจำวันมากขึ้น
พญ.ชญาตา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า PRESBYOND เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย ZEISS ประเทศเยอรมนี โดยใช้หลักการที่เรียกว่า “Laser Blended Vision” ซึ่งเป็นการออกแบบให้ดวงตาทั้งสองข้างทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ตาข้างที่ถนัดจะถูกปรับให้มองเห็นระยะไกลได้อย่างคมชัด ขณะที่ตาข้างที่ไม่ถนัดจะช่วยในการมองระยะใกล้ พร้อมเพิ่ม “Depth of Focus” หรือความลึกของการโฟกัส ทำให้เกิดการมองเห็นระยะกลางที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้สมองสามารถรวมภาพจากดวงตาทั้งสองข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นสำคัญของ PRESBYOND คือ การสร้างการมองเห็นที่ต่อเนื่องในชีวิตจริง ผู้ป่วยสามารถใช้สายตาได้หลากหลายระยะมากขึ้น ทั้งอ่านมือถือ ทำงานหน้าจอ ใช้ชีวิตประจำวัน หรือขับรถ โดยไม่ต้องคอยสลับแว่นหลายอันอีกต่อไป โดย PRESBYOND เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 40-55 ปี ที่เริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัย รวมถึงผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงร่วมด้วย และต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาในชีวิตประจำวัน
พญ.ชญาตา กล่าวปิดท้ายว่า ในด้านการรักษา PRESBYOND เป็นการทำเลสิคด้วยเทคโนโลยี FemtoLASIK แบบไร้ใบมีด ใช้เวลารักษาประมาณ 10-15 นาที โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มมองเห็นได้ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน และการมองเห็นจะค่อยๆ เข้าที่สมบูรณ์ภายใน 1-3 เดือน ทั้งนี้ ในช่วงแรกหลังการรักษา สมองอาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับระบบการมองเห็นใหม่ รวมถึงอาจมีอาการตาแห้ง หรือเห็นแสงกระจายในเวลากลางคืนชั่วคราว ซึ่งมักค่อยๆ ดีขึ้นตามระยะเวลา
อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินสุขภาพดวงตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากผู้ที่มีกระจกตาบาง หรือมีปัญหาสุขภาพตาบางประเภท อาจไม่เหมาะกับวิธีการรักษานี้ เนื่องจากเป้าหมายของการรักษาไม่ได้มีเพียงการทำให้มองเห็นชัดเท่านั้น แต่คือการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ สะดวก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะการมองเห็นที่ดี ส่งผลต่อทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
แม้สายตายาวตามวัยจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันผู้ที่เริ่มมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด มีทางเลือกในการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาตลอดเวลาเหมือนในอดีต สำหรับผู้ที่สนใจแก้ไขปัญหาสายตายาว สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสายตาได้ที่ ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือ โทร. 1270 หรือ Line: @praram9hospital





