- ความเสี่ยงด้านสุขภาพแต่ละช่วงวัยต่างกัน: แผนประกันสุขภาพ ที่เหมาะสมจึงต่างกันด้วย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม
- วัยเด็ก (6–18 ปี): เน้นความคุ้มครองอุบัติเหตุและโรคทั่วไป มี OPD รองรับการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่พบบ่อย เช่น ไข้หวัด ผื่นคัน ท้องเสีย
- วัยทำงาน (25–45 ปี): เน้นวงเงิน IPD สูง ด้วยแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่คุ้มครองโรคร้ายแรงและโรคซับซ้อน
- วัยก่อนเกษียณ (46 ปีขึ้นไป): เพิ่มความคุ้มครองโรคเรื้อรังและมะเร็ง พร้อมเลือกแผนที่ต่ออายุได้ระยะยาว
- ประกันสุขภาพ iHealthy Ultra จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กับสมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัย ตั้งแต่อายุ 6 ปี ต่ออายุได้ถึงอายุ 98 ปี และคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี

ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนของไทยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ครัวเรือนเติบโตไม่ทัน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นลูกล้มกระดูกหัก พ่อแม่ป่วยฉุกเฉิน หรือการตรวจพบโรคร้ายแรง ภาระค่าใช้จ่ายอาจกระทบเงินเก็บของทั้งครอบครัวได้ทันที
หลายคนซื้อประกันสุขภาพให้ตัวเอง แต่กลับมองข้ามความเสี่ยงของคนในบ้าน การวางแผนประกันสุขภาพครอบครัวจึงไม่ใช่การเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่คือการบริหารความเสี่ยงทางการเงินของทั้งครอบครัว
บทความนี้จะพาคุณวางแผนประกันสุขภาพสำหรับสมาชิกแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ พร้อมแนวทางเลือกแผน จัดสรรงบประมาณ และใช้สิทธิ์เคลมให้เหมาะสมในระยะยาว
ทำไมประกันสุขภาพของครอบครัวจึงต้องวางแผนแยกตามช่วงวัย?
ความเสี่ยงด้านสุขภาพในแต่ละวัยไม่เหมือนกัน
โรคและอาการที่พบบ่อยในแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกันชัดเจน ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองในกรมธรรม์ก็ต่างกันด้วย
วัยเด็กและวัยรุ่น (6–18 ปี): ความเสี่ยงหลักมักเกิดจากอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน เช่น ลื่นล้ม กระดูกหัก หัวกระแทก รวมถึงโรคในระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด ปอดบวม และโรคติดเชื้อตามฤดูกาล ส่วนโรคร้ายแรงที่ต้องใช้วงเงินสูง อย่างโรคมะเร็ง หรือโรคระบบทางเดินหายใจและปอดพบได้น้อยมากในช่วงวัยนี้
วัยทำงาน (25–45 ปี): ความเครียดจากงาน พฤติกรรมการกินที่ไม่สมดุล และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้พบโรคที่เกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ไมเกรน ออฟฟิศซินโดรม และโรคทางเมตาบอลิกได้บ่อยขึ้น โรคมะเร็งบางชนิดเริ่มพบได้แล้วในกลุ่มอายุนี้
วัยก่อนเกษียณและผู้สูงอายุ (46 ปีขึ้นไป): ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทย ค่ารักษาบางรายการ เช่น เคมีบำบัด การฟอกไต หรือการผ่าตัดหัวใจ มักเป็นค่าใช้จ่ายหลักของช่วงวัยนี้
งบประมาณที่ต้องวางแผนให้ครอบครัวทั้งหมด
เมื่อรวมงบประมาณ ประกันสุขภาพ ของสมาชิกทุกคนในบ้าน จำนวนเงินอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดคิด การวางแผนล่วงหน้าจึงสำคัญ โดยควรพิจารณาตามหลักดังนี้
- จัดลำดับความสำคัญของผู้ที่ความเสี่ยงสูงและสวัสดิการน้อยก่อน
- ใช้สวัสดิการที่มีอยู่ (ประกันสังคม ประกันกลุ่มของบริษัท) เป็นชั้นแรก แล้วเสริมด้วยกรมธรรม์ส่วนตัว
- เลือกแผนที่ต่ออายุได้ระยะยาว เพื่อไม่ต้องเริ่มซื้อใหม่เมื่ออายุมากขึ้นและเสี่ยงโดนปฏิเสธ
หลักการทั่วไปในการบริหารงบประกันสุขภาพของครอบครัว คือควรพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพการเงินและรายได้ของแต่ละครัวเรือน เพื่อให้สามารถจ่ายเบี้ยต่อเนื่องได้ในระยะยาว โดยไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงินส่วนอื่น เช่น เงินเก็บฉุกเฉิน การลงทุน หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หากต้องการคำแนะนำในการจัดสรรงบที่เหมาะสม สามารถปรึกษาตัวแทนของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้โดยตรง
ประกันสุขภาพสำหรับเด็ก (อายุ 6–18 ปี)
ความเสี่ยงหลักของเด็ก: มักเป็นอุบัติเหตุและโรคทั่วไป มากกว่าโรคร้ายแรง
สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กไทยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่เป็นกลุ่มอาการต่อไปนี้
- อุบัติเหตุในบ้านและที่โรงเรียน เช่น ลื่นล้ม กระดูกร้าว หัวกระแทก
- โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ RSV
- โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย
- โรคภูมิแพ้และผื่นผิวหนัง
อาการเหล่านี้แม้ไม่ร้ายแรง แต่หากต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ หรือเข้าห้องฉุกเฉินบ่อยครั้ง ค่าใช้จ่ายสะสมในแต่ละปีอาจไม่ต่างจากการเข้ารักษาโรคใหญ่ในผู้ใหญ่ครั้งเดียว
ควรเลือกแผนที่มีทั้ง IPD, OPD, คุ้มครองอุบัติเหตุ
สำหรับเด็ก แผนที่เหมาะสมควรให้ความสำคัญกับการเข้าถึงการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) เป็นหลัก เพราะเด็กมีโอกาสไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเล็กน้อยบ่อยกว่าผู้ใหญ่ ส่วนผู้ป่วยใน (IPD) ก็ควรมีไว้รองรับกรณีต้องนอนโรงพยาบาล
เกณฑ์การเลือกประกันสุขภาพสำหรับเด็กที่แนะนำ
- มี OPD รองรับการเจ็บป่วยทั่วไป ไข้หวัด ผื่นแพ้ อาหารเป็นพิษ
- ครอบคลุมอุบัติเหตุ ทั้งการเย็บแผล กระดูกหัก หรือทำหัตถการเล็ก
- มีวงเงินค่าห้องในระดับที่ตรงกับโรงพยาบาลที่ครอบครัวไว้วางใจ
- ไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า
ประกันสุขภาพสำหรับวัยทำงาน (อายุ 25–45 ปี)
ช่วงวัยที่มีรายได้และมีภาระมากที่สุด
วัย 25–45 ปี เป็นช่วงเวลาที่หลายคนมีภาระทางการเงินสูงที่สุด ทั้งการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เลี้ยงลูก และดูแลพ่อแม่สูงวัย หากเจ็บป่วยจนต้องหยุดทำงานหรือเสียค่ารักษาก้อนใหญ่ ผลกระทบจะส่งต่อไปถึงคนทั้งครอบครัว
ในขณะเดียวกัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด กำลังพบมากขึ้นในคนไทยตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป และเมื่อต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนเพื่อความรวดเร็ว สวัสดิการจากบริษัทหรือประกันสังคมพื้นฐานอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ทำไมวัยทำงานต้องมีประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินสูง?
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คือแผนที่กำหนดวงเงินรวมต่อรอบปีกรมธรรม์ และจ่ายค่ารักษาตามจริงในวงเงินที่กำหนด โดยไม่แบ่งย่อยเป็นหมวด เช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับกลุ่มคนวัยทำงานเมื่อต้องเจอกับเหตุไม่คาดฝัน
แนวทางวงเงินที่เหมาะสมในกลุ่มวัยทำงาน ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลที่ใช้บริการประจำ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพ หากเป็นคนที่สุขภาพแข็งแรง ไม่ได้มีเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ โดยทั่วไปแล้ววงเงิน 10–15 ล้านบาทต่อปี ถือว่าเพียงพอสำหรับความคุ้มครอง ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างการผ่าตัดใหญ่และการเข้า ICU
คนทำงานอิสระและฟรีแลนซ์: ไม่มีสวัสดิการ ต้องวางแผนเอง
กลุ่มฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นกลุ่มที่ ประกันสุขภาพ มีความสำคัญสูงเป็นอันดับต้น เนื่องจากไม่มีสวัสดิการของบริษัทรองรับ และหากเจ็บป่วยจนทำงานไม่ได้ รายได้จะหยุดลงทันที
เกณฑ์การเลือกแผน ประกันสุขภาพเหมาจ่าย สำหรับกลุ่มนี้
- เลือกแผนที่ครอบคลุม OPD เพื่อรองรับการเจ็บป่วยทั่วไปบ่อยครั้ง
- เน้นวงเงิน IPD สูงเพื่อรับมือกับโรคใหญ่ในอนาคต
- พิจารณา Deductible Option หากต้องการลดค่าเบี้ย โดยรับผิดชอบส่วนแรกเอง
iHealthy Ultra มีตัวเลือกแผน Silver, Gold, Diamond และ Platinum วงเงินตั้งแต่ 15–100 ล้านบาทต่อรอบปีกรมธรรม์ ครอบคลุมทั้ง IPD และ OPD ในระดับแผนเหล่านี้ พร้อมการรักษาโรคมะเร็งทุกระยะ ทั้งเคมีบำบัด รังสีรักษา และ Targeted Therapy ตามวงเงินที่กำหนด ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
ในด้านการใช้สิทธิเคลมสำหรับการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง บริการแคร์คุณกว่าใคร (Care Coordination) จะช่วยประสานงานกับโรงพยาบาลในการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนการรักษา (Pre-arrangement) ช่วยให้คุณทราบความคุ้มครองและประมาณค่าใช้จ่ายส่วนเกินก่อนเข้ารักษาจริง โดยทีมพยาบาลจะเป็นฝ่ายติดต่อกลับสำหรับโรคที่มีค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้รายละเอียดเกณฑ์ค่าใช้จ่ายและประเภทโรคที่อยู่ในขอบเขตบริการ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดและอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
ประกันสุขภาพสำหรับวัยก่อนเกษียณและผู้สูงอายุ (46 ปีขึ้นไป)
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ทำประกันได้ยากขึ้น?
ช่วงอายุ 46 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่ความเสี่ยงด้านสุขภาพและค่ารักษาเพิ่มขึ้น การพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ จึงคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
- ความเสี่ยงโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น เช่น เบาหวาน ความดัน คอเลสเตอรอลสูง
- หากตรวจพบโรคใดโรคหนึ่งแล้ว มักถูกยกเว้นความคุ้มครองโรคนั้นในกรมธรรม์ใหม่
- เบี้ยประกันปรับเพิ่มขึ้นตามอายุ ทำให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวสูงกว่าการเริ่มทำตั้งแต่อายุน้อย
ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ อายุรับประกันภัยของแผน ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ส่วนใหญ่ในตลาดสิ้นสุดที่อายุประมาณ 70–80 ปี หลังจากนั้นจะใช้สิทธิได้เฉพาะการต่ออายุกรมธรรม์ที่ถืออยู่เดิม
โรคเรื้อรัง มะเร็ง และโรคไต คือค่าใช้จ่ายหลักของช่วงวัยนี้
ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่พบบ่อยในผู้สูงวัยมักอยู่ในระดับสูงและต้องรักษาต่อเนื่อง
- โรคมะเร็ง: เคมีบำบัด รังสีรักษา และ Targeted Therapy รวมแล้วอาจสูงถึงหลายล้านบาทต่อคอร์สการรักษา
- โรคไตเรื้อรัง: การฟอกไตต่อเนื่องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ ในระยะยาว
- โรคหัวใจ: การผ่าตัดบายพาส หรือการใส่ขดลวด เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ครั้งเดียว
แผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับวัยนี้ จึงควรมีลักษณะดังนี้
- วงเงิน IPD สูง รองรับการรักษาโรคใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง
- ครอบคลุมการรักษามะเร็งและโรคไตในระยะยาวตามวงเงินที่กำหนด
- ต่ออายุได้ยาวนาน เพื่อให้คุ้มครองต่อเนื่องในวัยสูงอายุ
iHealthy Ultra คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตอบโจทย์กลุ่มก่อนเกษียณและผู้สูงอายุได้ในหลายมิติ
- รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 6–80 ปี (สำหรับ Smart และ Bronze) หรืออายุ 11–80 ปี (สำหรับ Silver, Gold, Diamond และ Platinum)
- ต่ออายุได้ทุกปีถึงอายุ 98 ปี และคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
- ครอบคลุมการรักษาโรคมะเร็งทุกระยะ เคมีบำบัด รังสีรักษา และ Targeted Therapy ตามวงเงินที่กำหนด
- คุ้มครองการฟอกไต ตามวงเงินที่กำหนด
- ส่วนลดเบี้ยประกันภัย 10% ในปีต่ออายุ หากไม่มีการเคลมสินไหมทดแทน 3 รอบปีกรมธรรม์ติดต่อกัน
สำหรับการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ถือกรมธรรม์สามารถใช้บริการแคร์คุณกว่าใคร สำหรับการประสานงานก่อนเข้ารักษา (Pre-arrangement) โดยทีมพยาบาลของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จะติดต่อประสานงานกับลูกค้าโดยตรงสำหรับโรคที่มีค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด โดยลูกค้าหรือตัวแทนไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ทั้งนี้รายละเอียดเกณฑ์ค่าใช้จ่ายและประเภทโรคที่อยู่ในขอบเขตบริการ เป็นไปตามเงื่อนไขและประกาศของบริษัท ณ เวลานั้น
นอกจากนี้ ลูกค้าที่มีกรมธรรม์ ประกันสุขภาพ ที่ครอบคลุม OPD สามารถใช้บริการ telehealth ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA สำหรับการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ไข้หวัด ไอ เจ็บคอ หรือออฟฟิศซินโดรม โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล มีบริการให้คำปรึกษาจากแพทย์ คำแนะนำการใช้ยาจากเภสัชกร และส่งยาถึงบ้าน เหมาะกับผู้สูงวัยที่เดินทางไม่สะดวก
วิธีคำนวณงบประมาณประกันสุขภาพให้ครอบครัวทั้งหมด
หลักการบริหารงบเบี้ยประกันสุขภาพให้สอดคล้องกับรายได้
การวางแผนงบประกันสุขภาพของครอบครัวที่ดี ไม่ได้มีตัวเลขตายตัวว่าควรเท่าไหร่ของรายได้ เพราะขึ้นอยู่กับสวัสดิการที่แต่ละคนมีอยู่ จำนวนสมาชิกในครอบครัวที่ต้องดูแล รวมถึงเป้าหมายการเงินอื่น เช่น เงินเก็บฉุกเฉิน การลงทุน และการศึกษาลูก หลักการสำคัญคือควรเลือกแผนที่จ่ายเบี้ยต่อเนื่องได้ในระยะยาว ไม่ควรเลือกแผนที่สูงเกินกำลัง จนต้องหยุดจ่ายและสูญเสียความคุ้มครองไป
แนวทางจัดสรรงบที่ครอบครัวส่วนใหญ่ใช้ได้
- เริ่มจากผู้ที่ความเสี่ยงสูงและมีสวัสดิการน้อยที่สุดก่อน เช่น พ่อแม่สูงวัย หรือฟรีแลนซ์ในบ้าน
- เลือกแผนที่ต่ออายุได้ระยะยาว เพื่อไม่ต้องเริ่มซื้อใหม่เมื่ออายุมากขึ้น
- พิจารณา Deductible Option หากมีสวัสดิการบริษัทเป็นชั้นแรกอยู่แล้ว เพื่อลดค่าเบี้ย
ลำดับความสำคัญ: ทำให้คนที่ความเสี่ยงสูงก่อน
หากงบประมาณจำกัด ไม่จำเป็นต้องทำประกันสุขภาพให้ทุกคนพร้อมกันในวันเดียว ลำดับความสำคัญที่แนะนำมีดังนี้
- ผู้นำครอบครัวที่หารายได้หลัก: หากเจ็บป่วย ครอบครัวจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
- ผู้สูงอายุที่ยังไม่มีประกัน: ความเสี่ยงสูงและทำประกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
- ลูกที่ยังเล็ก: เริ่มตั้งแต่อายุ 6 ปีจะได้เบี้ยถูกและไม่ติดเงื่อนไขโรคประจำตัว
- คู่สมรสที่มีสวัสดิการของบริษัทแล้ว: เสริมเพิ่มในส่วนที่สวัสดิการกลุ่มไม่ครอบคลุม
ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้เต็มที่ ทั้งครอบครัวลดได้ทุกคน
เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนี้
- เบี้ยประกันสุขภาพ ของตนเอง: ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท/ปี (เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปไม่เกิน 100,000 บาท/ปี)
- เบี้ยประกันสุขภาพ ที่ลูกชำระให้พ่อ-แม่: ลดหย่อนได้เพิ่มเติมสูงสุด 15,000 บาท/ปี (ภายใต้เงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น พ่อ-แม่ต้องมีรายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด)
รวมแล้ว ครอบครัวที่ลูกผู้ใหญ่ทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นอีกสูงสุด 30,000 บาท หากมีทั้งพ่อและแม่ที่เข้าเกณฑ์ ทั้งนี้แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดที่กรมสรรพากรอีกครั้งก่อนยื่นภาษี
ทำไม iHealthy Ultra จึงเหมาะกับประกันสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัว?
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ประกันสุขภาพครอบครัว ในหลายมิติ
ครอบคลุมทุกช่วงวัยในแบบประกันเดียว
- รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 6 ปี (สำหรับ Smart และ Bronze) หรืออายุ 11 ปี (สำหรับ Silver, Gold, Diamond และ Platinum) ไปจนถึง 80 ปี
- ต่ออายุได้ถึงอายุ 98 ปี และคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
6 แผนให้เลือก ปรับเหมาะกับแต่ละคนในครอบครัว
- Smart (3 ล้านบาท/ปี): สำหรับลูกเล็กที่ใช้สวัสดิการครอบครัวเป็นหลัก
- Bronze (10 ล้านบาท/ปี): เสริมความคุ้มครองพื้นฐาน
- Silver (15 ล้านบาท/ปี): มี OPD เหมาะกับวัยทำงาน
- Gold (25 ล้านบาท/ปี): วงเงินกลาง รองรับโรคใหญ่
- Diamond (70 ล้านบาท/ปี): วงเงินสูง ครอบคลุมการรักษาเทคโนโลยีระดับสูง
- Platinum (100 ล้านบาท/ปี): ครอบคลุมเต็มรูปแบบ รวมตรวจสุขภาพประจำปี ทันตกรรม วัคซีน
ครอบคลุมการรักษาที่ครบวงจร
- IPD แบบเหมาจ่ายตามจริง รวมค่าผ่าตัด ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ ตามวงเงินที่กำหนด
- OPD สำหรับแผน Silver ขึ้นไป (Smart และ Bronze ครอบคลุม OPD เฉพาะกรณีอุบัติเหตุ)
- รักษามะเร็งทุกระยะ เคมีบำบัด รังสีรักษา Targeted Therapy ตามวงเงินที่กำหนด
- การบำบัดทดแทนไต ตามวงเงินที่กำหนด
- การรักษาทันตกรรม สุขภาพจิต ตรวจสุขภาพประจำปี ฉีดวัคซีน (เฉพาะแผน Diamond และ Platinum)
- คุ้มครองการตั้งครรภ์และคลอดบุตร เหมาะสำหรับครอบครัวที่กำลังวางแผนมีบุตร (เฉพาะแผนที่กำหนด)
- ฉุกเฉินต่างประเทศคุ้มครองสูงสุด 90 วัน นับจากวันเดินทาง
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
- ส่วนลดเบี้ยประกันภัย 10% ในปีต่ออายุ หากไม่มีการเคลมสินไหมทดแทน 3 รอบปีกรมธรรม์ติดต่อกัน
- Deductible Option: ลดค่าเบี้ยด้วยการรับผิดชอบส่วนแรก เหมาะกับผู้ที่มีสวัสดิการกลุ่มของบริษัทอยู่แล้ว
- บริการแคร์คุณกว่าใคร: ประสานงานก่อนเข้ารักษาและระหว่างการรักษา ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
- บริการ telehealth ผ่าน Emma by AXA: ปรึกษาแพทย์ออนไลน์สำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ไข้หวัด ไอ ปวดหัว ออฟฟิศซินโดรม พร้อมส่งยาถึงบ้าน
ดูรายละเอียดและเปรียบเทียบแผนทั้ง 6 ของ ประกันสุขภาพ iHealthy Ultra ได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์โดยตรง
สรุป
การวางแผนประกันสุขภาพของครอบครัวตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะช่วยให้ทุกคนในบ้าน ตั้งแต่ลูกที่ยังเล็กไปจนถึงพ่อแม่ผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีในเวลาที่ต้องการ โดยไม่กระทบเงินเก็บที่สะสมมาตลอดชีวิต
หลักสำคัญในการวางแผนประกันสุขภาพครอบครัว มี 3 ข้อ
- แยกตามช่วงวัย: เด็ก วัยทำงาน และวัยก่อนเกษียณ มีความเสี่ยงต่างกัน
- วางแผนงบให้ครบทั้งบ้าน: พิจารณาให้สอดคล้องกับรายได้และสวัสดิการที่มี เพื่อจ่ายเบี้ยต่อเนื่องได้ระยะยาว
- ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้เต็มที่: ทั้งของตนเองและของพ่อ-แม่
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มี 6 แผนให้เลือก ตั้งแต่ Smart ถึง Platinum วงเงินคุ้มครอง 3–100 ล้านบาทต่อรอบปีกรมธรรม์ คุ้มครองทุกช่วงวัย ตั้งแต่อายุ 6 ปี ต่ออายุได้ถึงอายุ 98 ปี และคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ป่วยใน OPD โรคร้ายแรง ไปจนถึงฉุกเฉินในต่างประเทศ พร้อมส่วนลดเบี้ยประกันภัย 10% ในปีต่ออายุ หากไม่มีการเคลมสินไหมทดแทน 3 รอบปีกรมธรรม์ติดต่อกัน
ดูรายละเอียดและเปรียบเทียบแผนทั้ง 6 ของ ประกันสุขภาพ iHealthy Ultra ได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์โดยตรง
ติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โทร. 1159 หรือใช้แอปพลิเคชัน Emma by AXA เพื่อเช็คสิทธิ์และติดตามเคลม
*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง



