ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ร่วมกับ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย สานต่อโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ร่วมกับ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย สานต่อโครงการ

พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรม “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” รุ่นที่ 3 ณ จังหวัดนครนายก เปิดห้องเรียนธรรมชาติต่อยอดการเรียนรู้ของเยาวชนไทยสู่การดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและอินโดไชน่า ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ดำเนินโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2569 (One Suntory Mizuiku Program 2026) ภายใต้แนวคิด “ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา” (No Water, No Life) โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา จัดกิจกรรม “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” รุ่นที่ 3 (Mizuiku Water Hero Camp: Year 3) ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดนครนายก เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำผ่านประสบการณ์จริง และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตเป็นพลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ การส่งเสริมความรู้และความเข้าใจด้านการอนุรักษ์น้ำให้แก่เยาวชน จึงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึก พร้อมเติบโตเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการดูแลทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ

โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้ความร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Centre หรือ EEC) ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาเยาวชนไทยผ่านการเรียนรู้ควบคู่การลงมือปฏิบัติจริง โดยกิจกรรม “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” ใช้รูปแบบการเรียนรู้ผ่านห้องเรียนธรรมชาติที่สนุกสนาน (Edutainment) และส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างผืนป่า พื้นที่ต้นน้ำ และทรัพยากรน้ำ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

นายโอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทรัพยากรน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของผู้คน ซันโทรี่จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายขององค์กรที่มุ่ง “จุดประกายความสดใสของชีวิตโดยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้ผู้คนได้อยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล” ซันโทรี่ได้ขับเคลื่อนโครงการการศึกษาด้านธรรมชาติและน้ำ ‘มิซุอิกุ’ (Suntory Mizuiku – Education Program for Nature and Water) ซึ่งมีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2547 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำและปลูกฝังการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในห้องเรียนธรรมชาติ และขยายสู่ 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยในประเทศไทย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการภายใต้แนวคิด ‘วัน ซันโทรี่’ ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากร ยกระดับสู่แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนระยะยาว ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และเติบโตเป็นพลังสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนเป้าหมายระดับโลกของกลุ่มบริษัทซันโทรี่ในการเข้าถึงโครงการอนุรักษ์น้ำและแหล่งน้ำสะอาดแก่ประชากร 5 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2573″

นายทานุจ ชาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทรัพยากรน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและคุณครูรวมกว่า 19,700 คน จาก 60 โรงเรียนในจังหวัดชลบุรีและระยอง และในปีนี้ เรายังขยายโครงการฯ สู่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและโรงเรียนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเรียนรู้และต่อยอดการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในชุมชนของตนเอง ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราทั้งสองบริษัทในการดำเนินธุรกิจตามค่านิยมองค์กร ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) และ ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ (Giving Back to Society) ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมตอบแทนสังคมผ่านการเป็นอาสาสมัครเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนภายในค่ายฯ ขณะเดียวกัน โครงการฯ ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างเป็นรูปธรรม และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนจะช่วยเสริมพลังให้คนรุ่นใหม่เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับชุมชนและสังคมไทยต่อไป”

นายอเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Centre หรือ EEC) กล่าวว่า “ปัจจุบัน หลายพื้นที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป และความไม่สมดุลระหว่างปริมาณน้ำกับความต้องการใช้น้ำ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว ดังนั้น การปลูกฝังความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำตั้งแต่วัยเยาว์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต สำหรับกิจกรรม ‘ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ รุ่นที่ 3’ ได้ออกแบบการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงและการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเยาวชนจะได้เรียนรู้ ‘การเดินทางของน้ำ’ ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ผ่านการลงพื้นที่ ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำตกสาริกา และป่าชุมชนบ้านเนินมะค่า เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน กิจกรรมยังมุ่งเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับป่าต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฏจักรน้ำ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในอนาคต”

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นสานต่อโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมสู่เยาวชนไทยในวงกว้าง โดยกิจกรรม “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” รุ่นที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ณ จังหวัดนครนายก เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 10-12 ปี และคุณครู จาก 30 โรงเรียนในจังหวัดชลบุรีและสระบุรี รวมกว่า 500 คน ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงในห้องเรียนธรรมชาติ นอกจากนี้ ในปีนี้ยังได้รับเกียรติจากน้อง ๆ โรงเรียนผู้ชนะการประกวดจากโครงการฯ ในปี 2568 (Mizuiku Alumni) กลับมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนผู้เข้าร่วมค่ายในรุ่นปัจจุบัน ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมค่าย โครงการฯ จะต่อยอดการเรียนรู้ผ่านการประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” (Mizuiku Water Model School) เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนที่เข้าร่วมนำองค์ความรู้ไปพัฒนาโครงการอนุรักษ์น้ำภายในโรงเรียนและขยายผลสู่ชุมชน โดยโรงเรียนผู้ชนะจากแต่ละจังหวัดจะได้รับโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้ต้นกำเนิดโครงการ “มิซุอิกุ” และแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอดสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่โรงเรียนและชุมชนของตน โดยทั้งสองบริษัทเชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือและการปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่เยาวชนตั้งแต่วันนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมไทยที่ยั่งยืนในระยะยาว

Latest Posts

สุขภาพทั่วไป

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม (QSCBC) หนึ่งเดียวในเอเชีย ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก OPTIMA Trial ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย รับเคมีบำบัดเท่าที่จำเป็น

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading