
นวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทยได้ก้าวสู่อีกขั้นสำคัญ เมื่อ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาระบบการรับบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อแบบครบวงจร (Total Care System) มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปจนถึงการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดตามมาตรฐานสากล
ความสำเร็จดังกล่าวก่อตั้งบนความพร้อมของทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พยาบาลประสานงาน เภสัชกร และนักโภชนาการ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับสูง อาทิ หอผู้ป่วยปลูกถ่ายระบบแรงดันบวกปลอดเชื้อ (Positive Pressure Isolation Room) และคลินิกเฉพาะทางสำหรับการดูแลผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายอวัยวะอย่างต่อเนื่อง
ขยายศูนย์ปลูกถ่ายไต 13 เขตสุขภาพ
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ศูนย์ความเป็นเลิศฯ โรงพยาบาลราชวิถี ถือเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ ดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรและระบบบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การดำเนินงานนี้มุ่งขยายศูนย์ปลูกถ่ายไตให้ครอบคลุมทั้ง 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาขั้นสูง และเพิ่มอัตราการปลูกถ่ายไตทั้งจากผู้บริจาคสมองตาย (Deceased Donor) และผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต (Living Donor) เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยเรื้อรังที่รอคอยความหวังทั่วประเทศ
ก้าวสู่ปี 2570–2575 ด้วยเครือข่ายคุณภาพ TODT-QNet
ด้าน นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการขับเคลื่อนโครงการ เพื่อพัฒนาเครือข่ายวิชาการและระบบกำกับคุณภาพการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะของประเทศไทย (Thailand Organ Donation & Transplant Quality Network :TODT-QNet) ในช่วงปี พ.ศ. 2570–2575 เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับสภากาชาดไทย สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย และภาคีวิชาชีพ
ยุทธศาสตร์สำคัญประกอบด้วย 3 มิติหลัก คือ 1. พัฒนาระบบกำกับคุณภาพการบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะระดับประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 2. นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ติดตามและบริหารจัดการอวัยวะแบบทันท่วงที เพื่อลดอัตราการสูญเสียอวัยวะระหว่างขนส่ง และ 3. ยกระดับมาตรฐานศูนย์รับบริจาคและศูนย์ปลูกถ่ายไตให้มีคุณภาพเท่าเทียมกันทุกเขตสุขภาพผ่านระบบ Benchmarking, Audit และ Continuous Quality Improvement (CQI)
30 ปีแห่งความสำเร็จระดับประเทศ
แพทย์หญิงกรทิพย์ ผลโภค อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลราชวิถี ชี้ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ทางประสบการณ์กว่า 30 ปีของศูนย์ฯ ซึ่งสร้างปรากฏการณ์สำคัญในวงการแพทย์ไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในปี พ.ศ. 2567 ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายตับร่วมกับไต (Combined Liver-Kidney Transplantation) รายแรกของโรงพยาบาลราชวิถีและกรมการแพทย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2568 ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด รายแรกของกรมการแพทย์ และในปี พ.ศ. 2569 ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายด้วย หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot-assisted Deceased Donor Kidney Transplantation) เป็นรายแรกของประเทศไทย
กระจายศักยภาพสู่ภูมิภาค โปรแกรมค้นหาผู้บริจาคใช้ฟรี
ผลจากการทำงานร่วมกับเครือข่าย ส่งผลให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขขยายตัวจาก 38 แห่งในปี 2559 เพิ่มเป็น 134 แห่งในปี 2569 และมีศูนย์ปลูกถ่ายไตในส่วนภูมิภาค 14 แห่ง พร้อมทีมผ่าตัดนำไตออกจากผู้บริจาคสมองตายจำนวน 11 ทีม
นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหาอวัยวะ ทางศูนย์ฯ ได้พัฒนา โปรแกรมค้นหาผู้บริจาคเชิงรุก ร่วมกับมาตรการค้นหาผู้บริจาคสมองตายและดวงตา ซึ่งได้รับการจดลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2569 โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานด้านการแพทย์ที่สนใจ สามารถติดต่อขอใช้งานโปรแกรมดังกล่าวได้โดย ไม่มีค่าใช้จ่าย





