แอมเวย์ ชวนไขความลับไลฟ์สไตล์ ผ่านมุมมอง 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ด้านศาสตร์ Nutrition & Microbiome เพื่อสร้างอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี (Healthspan)

“การมีอายุยืน” อาจไม่ใช่เป้าหมายเดียวของคนยุคใหม่อีกต่อไป เพราะคนทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเรื่อง Healthspan หรือการมีช่วงชีวิตยืนยาวพร้อมสุขภาพที่ดี เทรนด์สุขภาพระดับโลกจึงเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย มาสู่แนวคิด Holistic Wellbeing หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม ซึ่งเริ่มต้นได้จากไลฟ์สไตล์ใกล้ตัว ทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่เปี่ยมด้วยโภชนาการเข้มข้น และการทำความเข้าใจกับ Microbiome (จุลินทรีย์ในร่างกาย) เพื่อคืนสมดุล คุมระบบภูมิคุ้มกัน และฟื้นฟูร่างกายจากภายใน เพราะการมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบสตรองในทุกวัน คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และยืนยาวที่สุด

ไขความลับ Nutrition & Microbiome กุญแจสู่ Healthspan Lifestyle ผ่านองค์ความรู้จาก 3 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

นิยามของ Healthspan กับ Lifespan และ 4 เสาหลักสุขภาพ

ดร.จีจี้ กวอก-ฮินสลีย์ (Dr. Gigi Kwok-Hinsley) นักวิทยาศาสตร์อาวุโส ด้านวิจัยโภชนาการและการตรวจสอบทางคลินิกจากแอมเวย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโภชนาการและไมโครไบโอม ผู้อยู่เบื้องหลังการวิจัยและร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์การดูแลระบบไมโครไบโอมอย่างตรงจุด ได้อธิบายความแตกต่างระหว่าง Lifespan และ Healthspan พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีว่า “เมื่อพูดถึงการมีอายุยืนยาว เรามักนึกถึง Lifespan หรืออายุขัยว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 80, 90 หรือ 100 ปี แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ Healthspan หรือช่วงเวลาที่เรามีสุขภาพดี เพราะการมีชีวิตยืนยาวจะมีความหมายมากขึ้น เมื่อเรายังคงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพตามเป้าหมาย โดยไม่ถูกจำกัดด้วยความเจ็บป่วย ความไม่สบายกาย หรือโรคเรื้อรัง

การสร้าง Healthspan ที่ดีและยั่งยืนจึงควรมองมิติสุขภาพอย่างรอบด้าน ประกอบด้วย 4 แกนหลัก ตั้งแต่ ‘Cellular Health’ หรือการดูแลสุขภาพในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นพื้นฐานการทำงานของร่างกาย อวัยวะ และกล้ามเนื้อต่าง ๆ ซึ่งการดูแลสุขภาพของเซลล์ต้องอาศัยทั้งการปรับไลฟ์สไตล์และสารอาหารที่เหมาะสม และยังเกี่ยวข้องกับ ‘ไฟโตนิวเทรียนท์’ สารพฤกษเคมีหรือสารอาหารจากพืชหลากหลายสีที่ช่วยดูแลและปกป้องเซลล์ ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายและผิวหนังจากสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงกับการทำงานของจุลินทรีย์ในร่างกาย รวมถึง ‘Microbiome’ ระบบนิเวศจุลินทรีย์นับล้านตัวที่อาศัยอยู่ในร่างกาย เช่น ลำไส้ ช่องปาก และผิวหนัง ซึ่งจุลินทรีย์ในแต่ละบริเวณมีความแตกต่างและมีบทบาทต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน ตั้งแต่สมอง ผิวหนัง การอักเสบ ไปจนถึงภูมิคุ้มกัน และ ‘Exposome’ ซึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมรอบตัวทั้งอากาศ น้ำ แสงแดด และมลภาวะที่ร่างกายต้องเผชิญในแต่ละวัน ซึ่งเราสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการลดโอกาสในการเผชิญสิ่งที่ส่งผลเสีย และเพิ่มความสามารถของร่างกายในการรับมือกับสิ่งเหล่านั้น เพราะสุขภาพที่ดีในระยะยาวไม่ได้เกิดจากการดูแลเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของการดูแลร่างกายอย่างสมดุลและต่อเนื่องในทุกมิติ”

เจาะลึก Phytonutrients และการทำงานร่วมกันของ Phytonutrients & Microbiome

ดร.แกรี วิลเลียมสัน (Dr. Gary Williamson) คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์แอมเวย์ (Amway Scientific Advisory Board – SAB) และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Queen’s University Belfast สหราชอาณาจักร ได้แบ่งปันแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ด้าน ไฟโตนิวเทรียนท์และไมโครไบโอม สู่จุดเริ่มต้นของการมี Healthspan อย่างน่าสนใจว่า “ในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการไม่ได้มองผักและผลไม้เพียงในแง่ของอาหารที่ควรรับประทานหรือแหล่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง ‘ไฟโตนิวเทรียนท์’ หรือสารอาหารจากพืชที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสมดุลภายในเซลล์ โดยเฉพาะการช่วยให้เซลล์รับมือกับอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยเฉพาะหลังมื้ออาหารที่มีไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเซลล์และการทำงานของร่างกายในระยะยาว

การได้รับไฟโตนิวเทรียนท์ควบคู่กับมื้ออาหาร จึงมีส่วนช่วยสนับสนุนกลไกการปกป้องเซลล์ และยังมีความสัมพันธ์กับ ‘ไมโครไบโอม’ หรือจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะในลำไส้ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ทำงานเชื่อมโยงและส่งเสริมกัน โดยไฟโตนิวเทรียนท์เป็นแหล่งพลังงานที่จุลินทรีย์ในลำไส้สามารถนำไปใช้ได้ ขณะที่ไมโครไบโอมก็มีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงและทำให้ไฟโตนิวเทรียนท์บางชนิดอยู่ในรูปที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น ความสัมพันธ์ที่ทำงานร่วมกันนี้สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลโภชนาการ สุขภาพระดับเซลล์ และไมโครไบโอมอย่างสมดุล คือรากฐานสำคัญของการสร้าง Healthspan ที่ดี เพื่อให้เรามีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกช่วงวัย”

Microbiome กุญแจสำคัญของสุขภาพยุคใหม่ เจาะลึกความสำคัญของกรดไขมันสายสั้น (SCFA) ต่อสุขภาพลำไส้และภูมิคุ้มกัน

ดร.โยแซป จี (Dr. Yosep Ji) คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์แอมเวย์ (Amway Scientific Advisory Board – SAB) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท HEM Pharma Inc. ผู้ทุ่มเทและเจาะลึกงานวิจัยด้านไมโครไบโอม (Microbiome) เพื่อการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต ได้อธิบายเกี่ยวกับระบบนิเวศจุลินทรีย์ในลำไส้และกรดไขมันสายสั้น (SCFA) ที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม โดยชี้ให้เห็นว่า “หากลองมองร่างกายของเราเป็นเหมือนบริษัทขนาดใหญ่ ไมโครไบโอมในลำไส้ก็เปรียบเสมือนทีมงานจำนวนมหาศาลที่ทำงานร่วมกัน โดยแต่ละกลุ่มมีความเชี่ยวชาญและบทบาทที่ต่างกัน ความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนของจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสำคัญ เพราะเป็นระบบที่มีส่วนช่วยในการย่อยและเปลี่ยนสารอาหารบางชนิดให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีจากอาหารที่เรารับประทาน ดังนั้น การได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีความหลากหลาย จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนจุลินทรีย์ในลำไส้ให้สามารถทำงานได้อย่างสมดุล เพราะพวกมันสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ร่างกายย่อยได้ยาก เช่น ไฟเบอร์และไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีโครงสร้างซับซ้อน ให้กลายเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้

และหนึ่งในสารที่ไมโครไบโอมผลิตจากการหมักไฟเบอร์ ก็คือ กรดไขมันสายสั้น หรือ SCFA (Short-Chain Fatty Acids) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญให้กับเซลล์ผนังลำไส้ และมีส่วนช่วยดูแลความแข็งแรงของผนังลำไส้ โดยเซลล์ผนังลำไส้มีการสร้างและฟื้นฟูอยู่ทุก ๆ 3-5 วัน หากลำไส้ได้รับสารเหล่านี้ไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อความแข็งแรงของผนังลำไส้และเกราะป้องกันลำไส้ ทำให้สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น และอาจกระทบต่อสมดุลของร่างกายในหลายด้าน ทั้งระบบเผาผลาญ การควบคุมน้ำหนัก สมองและอารมณ์ รวมถึงการอักเสบและสุขภาพของลำไส้ ดังนั้น การดูแลไมโครไบโอมด้วยการได้รับไฟเบอร์และไฟโตนิวเทรียนท์อย่างเหมาะสม จึงเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสมดุลของระบบลำไส้และวางรากฐานของ Healthspan ที่ดี เพราะสุขภาพที่แข็งแรงเริ่มต้นจากสมดุลภายในร่างกาย”

การสร้าง Healthspan ที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้จริงและสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เช่น เข้านอนให้เร็วขึ้นเพียง 10-15 นาที ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 1 แก้ว ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียด และการได้รับโภชนาการที่เหมาะสมอย่างการเพิ่มผักและผลไม้หลากสีในแต่ละมื้อ ควบคู่กับการลดอาหารแปรรูปสูง และหันมาเลือกอาหารจากธรรมชาติที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยลง รวมถึงเพิ่มอาหารหมักตามธรรมชาติและโปรตีนจากพืชเพื่อสนับสนุนสมดุลของไมโครไบโอมในลำไส้ เมื่อพฤติกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้ได้กลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยวางรากฐานของสุขภาพที่ดีจากภายในและนำไปสู่การมี Healthspan ที่ยืนยาวและมีคุณภาพมากขึ้น

แอมเวย์ประเทศไทย มุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ควบคู่กับการนำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดยถ่ายทอดแนวคิดสำคัญผ่านงาน Health & Wellbeing Summit ว่า “Healthspan ไม่ใช่เพียงเทรนด์สุขภาพ แต่คือการสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว” ซึ่งเริ่มต้นจากการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้อง และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และร่วมสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในอนาคต

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading