เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ให้ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

จากกรณีข่าวศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่กำลังได้รับความสนใจในสังคม ทำให้หลายครอบครัวเริ่มตั้งคำถามว่า หากจำเป็นต้องเลือก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ให้คนในครอบครัว ควรตรวจสอบอะไรบ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือ “มีใบอนุญาตหรือไม่” เพราะกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการต้องได้รับอนุญาตจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) โดยประชาชนสามารถตรวจสอบชื่อสถานประกอบการและเลขที่ใบอนุญาตผ่านระบบของ สบส. ได้โดยตรง

นอกจากใบอนุญาตแล้ว ก่อนตัดสินใจควรไปดูสถานที่จริง ไม่ควรพิจารณาจากรูปภาพ โฆษณา หรือข้อมูลออนไลน์เพียงอย่างเดียว โดยสังเกตว่าสถานที่สะอาด มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทหรือไม่ ทางเดินสะดวกและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็นหรือไม่ ห้องน้ำมีพื้นไม่ลื่น ราวจับ และอุปกรณ์เรียกฉุกเฉินหรือไม่ รวมถึงมีพื้นที่ส่วนกลางที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตและทำกิจกรรมหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

7 จุดที่ครอบครัวควรเช็กก่อนฝากผู้สูงอายุ

  1. มีใบอนุญาตถูกต้อง
    ขอดูใบอนุญาตของสถานประกอบการ และตรวจสอบกับระบบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อย่าอาศัยเพียงคำว่า “เนอร์สซิ่งโฮม” “ศูนย์ดูแล” หรือ “บ้านพักผู้สูงอายุ” บนป้ายโฆษณา
  2. รู้ว่าใครเป็นคนดูแล
    สอบถามว่ามีผู้ดำเนินการประจำหรือไม่ ผู้ดูแลผ่านการอบรมหรือขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่ และในหนึ่งกะมีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุกี่คน หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ควรถามด้วยว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะประสานแพทย์หรือโรงพยาบาลอย่างไร ตามกฎหมายสถานประกอบการต้องใช้ผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียนและต้องแสดงข้อมูลผู้ดำเนินการไว้ในสถานที่อย่างชัดเจน
  3. ดูสภาพผู้พักมากกว่าดูห้องตัวอย่าง
    สังเกตว่าผู้สูงอายุที่พักอยู่จริงมีสุขอนามัยที่ดีหรือไม่ เสื้อผ้าและเครื่องนอนสะอาดหรือไม่ มีแผลกดทับ กลิ่นปัสสาวะ หรือผู้สูงอายุถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังเป็นเวลานานหรือไม่ รวมถึงสังเกตท่าทีของผู้สูงอายุเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าใกล้
  4. ถามเรื่องการใช้ยาและการจำกัดพฤติกรรมให้ชัด
    หากจำเป็นต้องให้ยานอนหลับ ยาควบคุมอาการ หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันผู้สูงอายุตกเตียง ควรถามว่าใครเป็นผู้ประเมินและสั่งใช้ มีการบันทึกหรือแจ้งญาติหรือไม่ การใช้ยาและการจำกัดการเคลื่อนไหวไม่ควรถูกนำมาใช้เพียงเพื่อทำให้ผู้สูงอายุดูแลง่ายขึ้น
  5. ญาติต้องเข้าเยี่ยมและติดต่อได้
    ควรถามตั้งแต่ก่อนเข้าพักว่าญาติสามารถมาเยี่ยม ติดต่อ หรือพูดคุยกับผู้สูงอายุเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่ หากสถานที่พยายามจำกัดการพบญาติ โดยไม่มีเหตุผลด้านสุขภาพหรือความปลอดภัยที่ชัดเจน ควรตรวจสอบให้ละเอียด
  6. มีแผนดูแลรายบุคคล
    ผู้สูงอายุแต่ละคนต้องการการดูแลไม่เหมือนกัน ครอบครัวควรรู้ว่าจะดูแลเรื่องอาหาร ยา การเคลื่อนไหว การขับถ่าย การทำกายภาพ หรือโรคประจำตัวอย่างไร และเมื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลง ใครจะเป็นผู้แจ้งครอบครัว
  7. อย่าฝากแล้วหายไป
    แม้เลือกศูนย์ที่มีใบอนุญาตแล้ว ครอบครัวยังควรเข้าเยี่ยมเป็นระยะ พูดคุยกับผู้สูงอายุโดยตรง และสังเกตความเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและอารมณ์ เช่น ซึมลง หวาดกลัว น้ำหนักลดผิดปกติ มีรอยฟกช้ำ หรือไม่อยากพูดต่อหน้าเจ้าหน้าที่

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หากพบว่า ผู้สูงอายุมีรอยบาดเจ็บโดยไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ถูกแยกหรือกักให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ถูกมัดหรือจำกัดการเคลื่อนไหวเป็นประจำ ได้รับยาโดยไม่ทราบเหตุผล สุขอนามัยไม่เหมาะสม หรือญาติถูกขัดขวางไม่ให้พบผู้สูงอายุ ควรสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบทันที ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการดูแลผู้สูงอายุ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเลือกศูนย์ดูแลไม่ควรดูเพียง ราคา ห้องพัก หรือความสวยงามของสถานที่ แต่ควรมองไปถึงใบอนุญาต บุคลากร วิธีการดูแล ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้สูงอายุด้วย

การตรวจสอบสถานประกอบการ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีระบบออนไลน์สำหรับตรวจสอบสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ได้รับอนุญาต รวมถึงตรวจสอบผู้ดำเนินการและผู้ให้บริการได้

ตรวจสอบสถานประกอบการที่ได้รับการอนุญาตได้ที่ https://esta.hss.moph.go.th/check-shops.php

Latest Posts

สุขภาพทั่วไป

กรมอนามัย ย้ำ หากพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในน้ำประปา ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ กรมอนามัย หลังจังหวัดเชียงรายประกาศเตือนคุณภาพน้ำพบสารหนูและตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐาน

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading