
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ประสบภัยน้ำท่วมใกล้พื้นที่อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนจากสารปนเปื้อน อาทิ สารไฮโดรคาร์บอนจากน้ำมันและสารเคมีที่อาจรั่วไหลในน้ำ เสี่ยงกระทบสุขภาพจากการสัมผัสผิวหนัง สูดดมไอระเหย หรือบริโภคน้ำและอาหารที่ปนเปื้อน พร้อมดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ
นายแพทย์ธิติ แสวงธรรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรณีน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้สารเคมีกลุ่มปิโตรเลียม น้ำมันดิบ น้ำมันหล่อลื่น หรือสารตัวทำละลาย อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารไฮโดรคาร์บอน เช่น เบนซีน โทลูอีน เอทิลเบนซีน ไซลีน สาร PAHs ซึ่งหากได้รับสัมผัส อาจมีผลต่อสุขภาพทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ รวมถึงผิวหนังแดง คัน หรือเกิดผื่น โดยเฉพาะบริเวณที่พบคราบน้ำมันหรือมีกลิ่นสารเคมีผิดปกติ กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการและป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด ดังนี้
1) งดใช้น้ำจากแหล่งที่สงสัยว่าปนเปื้อน ทั้งดื่มกิน อาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า และรดผัก รวมถึงกิจกรรมอื่นที่อาจทำให้สารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย
2) ใช้น้ำประปาที่ได้มาตรฐานหรือน้ำดื่มบรรจุขวด
3) หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนโดยตรง ไม่ลงเล่นน้ำหรือลุยน้ำบริเวณที่พบคราบน้ำมันหรือมีกลิ่นสารเคมี หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือ และเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด
4) หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยางยาว และเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด เพื่อลดโอกาสสัมผัสสารเคมีโดยตรง
5) รีบล้างร่างกายหลังสัมผัสน้ำปนเปื้อน ใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างออกทันที ไม่ปล่อยให้สารเคมีแห้งติดผิวหนัง หากสารเคมีเข้าตาหรือเกิดอาการระคายเคือง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากอย่างน้อย 15 นาที
6) งดจับ เก็บ และบริโภคสัตว์น้ำหรือพืชน้ำจากแหล่งเสี่ยง จนกว่าจะมีการประเมินความปลอดภัย เนื่องจากสารไฮโดรคาร์บอน โดยเฉพาะกลุ่ม PAHs อาจสะสมในเนื้อเยื่อและไขมันของสัตว์น้ำได้
7) หลีกเลี่ยงการสูดดมไอระเหยสารเคมี หากมีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นผิดปกติ ควรรีบออกจากพื้นที่ไปยังบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท และ
8) หากมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจติดขัด ผื่นแดง คัน หรือระคายเคืองตาอย่างรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ด้าน นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนปนเปื้อน ไม่ควรนำสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำที่เสี่ยงปนเปื้อนมาปรุงประกอบอาหาร เนื่องจากสารบางชนิด เช่น เบนซีนและ PAHs อาจผ่านรกไปสู่ทารกในครรภ์หรือส่งผ่านทางน้ำนมได้ ขณะที่ไอระเหยของสารเคมีบางชนิดอาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกและเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด สำหรับเด็กเล็กผู้ปกครองต้องดูแลไม่ให้เด็กเล่นน้ำหรือสัมผัสโคลนปนเปื้อน และล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร ส่วนผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหอบหืด โรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคผิวหนัง ควรระวังอาการกำเริบจากการสัมผัสสารเคมีหรือสูดดมไอระเหย ควรเตรียมยาที่จำเป็น เช่น ยาพ่นสำหรับผู้ป่วยหอบหืดและยาแก้แพ้ พร้อมจัดหาน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้ หากมีอาการเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก ไอมากผิดปกติ หรือหายใจติดขัด ควรรีบพบแพทย์





