นักวิชาการแนะเลิกความเชื่อ “ดื่มถอน” ชี้อันตรายต่อตับ ชู “น้ำ-ไข่-กล้วย” ฮีโร่ตัวจริงกู้วิกฤตเช้าวันถัดมา

ปัญหายอดฮิตหลังคืนสังสรรค์คืออาการ “เมาค้าง” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “แฮงก์” ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพออกมาเปิดเผยแนวทางรับมือที่ถูกต้อง ย้ำการเติมน้ำและสารอาหารสำคัญคือหัวใจหลักในการกู้ร่าง
เจาะสาเหตุ “ทำไมถึงปวดหัว?”
อาการเมาค้าง ส่วนหนึ่งเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังรวมถึงกระบวนการที่ร่างกายขับปัสสาวะจนเสียสมดุลน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงสารพิษที่เกิดจากการย่อยสลายแอลกอฮอล์ในตับ จึงส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ และบางครั้งเกิดอาการรอ่อนเพลียอย่างรุนแรง
สูตร 3 ส. “สดชื่น-เสริม-สมาน”
สำหรับการฟื้นฟูร่างกายจากอาการเมาค้างอย่างรวดเร็ว สามารถทำได้ตามสูตร 3 ส.
1. ส. สดชื่นด้วยน้ำ เริ่มต้นวันด้วยการจิบน้ำเปล่าทีละน้อย หรือเลือกดื่ม น้ำเกลือแร่ เพื่อทดแทนแร่ธาตุที่สูญเสียไป น้ำผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวิตามินซีสูงจะช่วยให้ตับกำจัดสารพิษได้ดีขึ้น
2. ส. เสริมด้วยอาหารพลังงาน เลือกรับประทาน ไข่ต้ม เนื่องจากมีสารซิสเทอีนช่วยทำลายสารพิษ หรือ กล้วยหอม เพื่อเติมโพแทสเซียมให้สมองและกล้ามเนื้อ
3. ส. สมานด้วยการพักผ่อน หากปวดศีรษะรุนแรง การรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม “ไอบูโพรเฟน” เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าพาราเซตามอลที่อาจทำร้ายตับที่กำลังอ่อนแอ
ความเชื่อผิดๆ “อย่างนี้มันต้องถอน!”
ทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า การดื่มแอลกอฮอล์ซ้ำในตอนเช้า หรือการ “ถอน” เป็นเพียงการมึนเมาต่อเพื่อกลบอาการปวดหัวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วเป็นการเพิ่มภาระให้ตับทำงานหนักขึ้น และเสี่ยงต่อการสะสมสารพิษในระยะยาว
นอกจากนี้ การดื่มกาแฟเข้มข้นขณะแฮงก์ อาจยิ่งซ้ำเติมอาการขาดน้ำ ทางที่ดีควรดื่มน้ำเปล่าควบคู่ไปด้วยเสมอเพื่อให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาวะปกติได้เร็วที่สุด





