“มะเร็งจีสต์” เนื้องอกทางเดินอาหารที่ไม่ควรมองข้าม

การจากไปของนักแสดงหนุ่ม แม็ค รชต ไตรโลกวิชัย” ด้วยโรคมะเร็งจีสต์ ทำให้สังคมหันมาสนใจโรคที่หลายคนไม่คุ้นหูนี้มากขึ้น คำถามสำคัญคือ “มะเร็งจีสต์” คืออะไร และเราควรรู้อะไรเกี่ยวกับโรคนี้บ้าง

มะเร็งจีสต์คืออะไร?

ชื่อทางการแพทย์คือ Gastrointestinal Stromal Tumor (GIST) เป็นเนื้องอกที่เกิดในระบบทางเดินอาหาร โดยมีต้นกำเนิดจากเซลล์ที่เรียกว่า Interstitial Cells of Cajal ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้

ตำแหน่งที่พบได้บ่อยที่สุดคือ “กระเพาะอาหาร” รองลงมาคือ “ลำไส้เล็ก” แต่สามารถพบได้ตลอดแนวทางเดินอาหาร โรคนี้จัดเป็นมะเร็งชนิดพบไม่บ่อย แต่มีความเฉพาะตัว เพราะมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีน เช่น KIT หรือ PDGFRA ทำให้เซลล์แบ่งตัวผิดปกติและก่อตัวเป็นก้อนเนื้อ

อาการที่ควรสังเกต

GIST มักเป็น “โรคเงียบ” ในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัว จนกระทั่งก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจพบอาการ เช่น

  • ปวดหรือแน่นท้องเรื้อรัง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อุจจาระดำ หรือมีเลือดปน
  • ซีด เหนื่อยง่าย จากการเสียเลือดภายใน
  • คลำพบก้อนในช่องท้อง

หากมีอาการเหล่านี้โดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เช่น ส่องกล้อง เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือการตัดชิ้นเนื้อ

ใครเสี่ยงเป็นมะเร็งจีสต์

โรคนี้พบมากในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย ปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนยังมีไม่มาก แต่ในบางรายอาจสัมพันธ์กับพันธุกรรม เช่น กลุ่มโรคหายากบางชนิด

อย่างไรก็ตาม กรณีของนักแสดงหนุ่ม “แม็ค รชต” แสดงให้เห็นว่า แม้คนอายุน้อยหรือดูแข็งแรง ก็อาจเผชิญโรคนี้ได้ จึงไม่ควรละเลยอาการผิดปกติของร่างกาย 

แนวทางการรักษา

การรักษา แนวทางหลักคือ “การผ่าตัดเอาก้อนออก” หากยังไม่กระจาย

ในกรณีที่ก้อนมีความเสี่ยงสูงหรือแพร่กระจาย แพทย์จะใช้ “ยามุ่งเป้า” (Targeted Therapy) ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีนที่เกิดจากยีนผิดปกติ ทำให้ผลการรักษาในยุคปัจจุบันดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับอดีต

การพยากรณ์โรคขึ้นอยู่กับขนาดก้อน ตำแหน่ง และการแบ่งตัวของเซลล์ หากตรวจพบเร็ว โอกาสควบคุมโรคค่อนข้างดี

ป้องกันได้หรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันเฉพาะเจาะจง เพราะสาเหตุหลักมาจากความผิดปกติของยีนที่เกิดขึ้นเอง

อย่างไรก็ตาม แนวทางลดความเสี่ยงโรคมะเร็งโดยรวมยังคงสำคัญ ได้แก่

  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้
  • ลดอาหารแปรรูปและเนื้อแดงปริมาณมาก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้มีอาการผิดปกติทางเดินอาหารเรื้อรัง

อาการปวดท้องหรือถ่ายผิดปกติ อาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด เพราะบางครั้งคือสัญญาณเงียบของโรคร้าย การใส่ใจความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และรีบพบแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

ในกรณีของมะเร็งจีสต์ แม้พบไม่บ่อย แต่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะต้นและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในยุคที่มียามุ่งเป้าเฉพาะทาง โอกาสควบคุมโรคและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็มีความเป็นไปได้สูง สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ความกลัวโรค แต่คือการไม่มองข้ามสัญญาณเตือนของร่างกายตนเอง

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading