งานวิจัยชี้ผู้สูงอายุไทยเสี่ยง “ช่องปากเปราะบาง” ร้อยละ 63.5

กรมอนามัย-มหาวิทยาลัยนเรศวร เร่งการขยายการคัดกรองภาวะช่องปากเปราะบางทั่วประเทศ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการศึกษาวิจัยการสำรวจสถานการณ์ภาวะช่องปากเปราะบางของผู้สูงอายุไทย พบผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 60-85 ปี มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะช่องปากเปราะบาง สูงถึงร้อยละ 63.5 กรมอนามัยเร่งขยายการคัดกรองภาวะช่องปากเปราะบางในแอปพลิเคชัน “รักยิ้ม” และดำเนินงานตามแนวทางการป้องกันภาวะช่องปากเปราะบางพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการสูญเสียการทำงานของช่องปากอย่างถาวร และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบคัดกรองภาวะช่องปากเปราะบาง และการทำหน้าที่ของช่องปากน้อยลง ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร ว่า กรมอนามัย ได้ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาเครื่องมือคัดกรองภาวะ “ช่องปากเปราะบาง” ฉบับภาษาไทย (Oral Frailty 5 Items: OF-5) เพื่อใช้คัดกรองความเสี่ยงของการเกิดภาวะช่องปากเปราะบางของผู้สูงอายุประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ปีงบประมาณ 2568 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) การศึกษาวิจัยดังกล่าวได้ดำเนินการในพื้นที่ 4 ภาคของประเทศ รวม 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำพูน พิษณุโลก นครพนม ศรีสะเกษ ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา กระบี่ ตรัง และกรุงเทพมหานคร โดยมีกลุ่มตัวอย่างอายุ 60-85 ปี จำนวน 507 คน ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุไทยมีภาวะช่องปากเปราะบางสูงถึงร้อยละ 63.5 ซึ่งสูงกว่าประเทศญี่ปุ่นถึง 3 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยทันตบุคลากรและบุคลากรสาธารณสุขจำเป็นต้องร่วมกันคัดกรองภาวะดังกล่าวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมนำแนวทางป้องกันภาวะช่องปากเปราะบางมาใช้ในการดำเนินงานด้านทันตสาธารณสุขและเพิ่มการจัดบริการทันตกรรมมากขึ้น เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของการทำหน้าที่ในช่องปาก และป้องกันการสูญเสียการทำงานของช่องปากอย่างถาวร

ทันตแพทย์ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุประมาณ 14 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 21.8 ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดภายในอีก 10 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 9 พบว่า ผู้สูงอายุไทยอายุ 60-74 ปี มีฟันถาวรเฉลี่ยในช่องปาก 19.6 ซี่ต่อคน โดยมีผู้ที่มีฟันใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ ร้อยละ 60.9 และมีการสูญเสียฟันทั้งปากร้อยละ 6.2 นอกจากนี้ ยังพบความชุกของโรคปริทันต์อักเสบในพื้นที่ชนบทสูงถึงร้อยละ 52.1 ซึ่งภาวะดังกล่าวโดยเฉพาะการมีฟันใช้งานน้อยกว่า 20 ซี่ สัมพันธ์กับการเกิดภาวะช่องปากเปราะบางและการทำหน้าที่ของช่องปากที่ลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการทำหน้าที่ของช่องปากอย่างถาวร และส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม หากไม่ได้รับการป้องกันและดูแลอย่างเหมาะสม

“ทั้งนี้ กรมอนามัย โดยสำนักทันตสาธารณสุข ได้จัดการประชุมถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบคัดกรองภาวะช่องปากเปราะบางและการทำหน้าที่ของช่องปากน้อยลง โดยได้รับความร่วมมือในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะทำงานด้านอาหารดัดแปลงเนื้อสัมผัส (IDDSI) บริษัท ฮาคุโซ เมดิคอล เอเชีย จำกัด และบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพทันตบุคลากร บุคลากรสาธารณสุข เพื่อเพิ่มการคัดกรองและดำเนินงานทันตสาธารณสุขในการป้องกันภาวะช่องปากเปราะบางให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในการเตรียมความพร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของผู้สูงอายุตามคำประกาศกรุงเทพฯ 2024 ที่ว่า สุขภาวะที่สมบูรณ์ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากปราศจากสุขภาวะทางช่องปาก: No Health Without Oral Health” ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าว

Latest Posts

สุขภาพทั่วไป

“Wellness สูงวัยสุขภาพดีด้วยวิจัยและนวัตกรรม” วช. หนุน มจธ. สร้างต้นแบบดูแลผู้สูงวัยเชิงรุก โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นำ รพ.สต. และ อสม. ร่วมเสริมทักษะและสมรรถนะ

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading