กรมอนามัย แนะเลือกอาหาร “ก่อน-หลัง” ออกกำลังกายสำคัญต่อพลังงานและกล้ามเนื้อ

กรมอนามัย แนะเลือกอาหาร

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้ความสำคัญกับ “มื้อก่อน-หลังออกกำลังกาย” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มพลังงาน ลดการสลายกล้ามเนื้อ และเร่งการฟื้นฟูร่างกาย พร้อมย้ำการดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน เพื่อให้การออกกำลังกาย เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดูแลโภชนาการควบคู่กับการออกกำลังกาย เป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดี โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับช่วงเวลา จะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หลักสำคัญคือ “มื้อก่อนออกกำลังกายช่วยเติมพลัง” และ “มื้อหลังออกกำลังกายช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟู” ซึ่งเมื่อปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย ควบคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงโรคสำคัญ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง นำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “มื้อก่อนออกกำลังกาย” ควรรับประทานก่อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยเน้นอาหารที่ย่อยง่าย ให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต กล้วย หรือมันเทศ เพื่อช่วยเพิ่มระดับพลังงานสะสม (glycogen) ในร่างกาย ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานและมีประสิทธิภาพ ลดการดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารทอด หรืออาหารมื้อใหญ่ที่อาจทำให้จุกแน่นหรือไม่สบายท้องระหว่างออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด อาจเลือกเป็นอาหารว่างก่อนออกกำลังกาย เช่น กล้วย 1 ผล ขนมปัง 1 แผ่น หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ ซึ่งสามารถให้พลังงานได้รวดเร็วและไม่หนักท้อง ส่วน “มื้อหลังออกกำลังกาย” ควรรับประทานภายใน 30-60 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้ดีที่สุด โดยควรเน้นอาหารที่มีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อเติมพลังงานที่ใช้ไปและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เช่น ข้าวกับปลา อกไก่ ไข่ นม เต้าหู้ หรือถั่วต่าง ๆ ร่วมกับผักและผลไม้ เพื่อเสริมวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดการอักเสบและฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น

“นอกจากนี้ การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน (ประมาณ 1.0-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายทั่วไป) ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างและคงมวลกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อลดลง” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ เน้นย้ำว่า การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย โดยควรจิบน้ำเป็นระยะ ไม่รอให้กระหายน้ำ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนหรือการออกกำลังกายต่อเนื่องนานกว่า 60 นาที อาจพิจารณาเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนการสูญเสียเหงื่อ และช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ทั้งนี้ ประชาชนควรเลือกประเภทและปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับรูปแบบการออกกำลังกาย ระยะเวลา และเป้าหมายของตนเอง เช่น การลดน้ำหนัก การเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือการเสริมสมรรถภาพ โดยควบคู่กับการ “ขยับมากขึ้น นั่งให้น้อยลง” เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน และลดความเสี่ยงโรค NCDs ในระยะยาว

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading