กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 พบผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 3.3 แสนราย และมีผู้เสียชีวิต 44 ราย โดยพบการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีป่วยมากสุด ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวที่ไม่ได้รับวัคซีน แนะไม่อยู่ในสถานที่แออัด สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง พร้อมให้บริการฉีดวัคซีนฟรีแก่ 7 กลุ่มเสี่ยง
นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สภาพอากาศในช่วงฤดูฝนเอื้อต่อการแพร่ระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจหลายชนิด รวมถึงไข้หวัดใหญ่ ซึ่งข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสม 333,982 ราย มีผู้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 45,975 ราย
กลุ่มที่พบการติดเชื้อมากที่สุดคือเด็กอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 0-4 ปี และ 10-14 ปี ตามลำดับ ส่วนผู้เสียชีวิต 44 รายนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ และความดันโลหิตสูง ที่น่าเป็นห่วงคือ เกือบทั้งหมดของผู้เสียชีวิตไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน
นอกจากนี้ ยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มขึ้นในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก อาทิ โรงเรียนและเรือนจำ กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้สถานที่เหล่านี้จัดระบบคัดกรองผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และหากพบให้หยุดงานหรือหยุดเรียน พร้อมแยกผู้ป่วยออกจากกลุ่ม หากพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่โดยทันที
โฆษกกระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำว่า กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ เด็กซึ่งมีอัตราการป่วยสูง และผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิต จึงขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้
สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ที่สำคัญควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
โดย 7 กลุ่มเสี่ยง ประกอบด้วย 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ที่แนะนำ 12 – 20 สัปดาห์ (รับบริการได้ตลอดการตั้งครรภ์) 2.เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี (อายุตั้งแต่ 6 เดือนเต็มจนถึงอายุ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน) 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, หอบหืด, หัวใจ, หลอดเลือดสมอง, ไตวาย, เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด) 4.ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปี 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่ภูมิคุ้มกันกับกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และ 7.โรคอ้วน (>100 กก./ BMI>35 kg/m2)
ทั้งนี้ ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง สามารถรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2568 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ




