
ช่วงฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง การเดินลุยน้ำคือสิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะน้ำขังเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมาย
ยิ่งผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนอย่าง “ประสาทรับความรู้สึกเสื่อม” จนเกิดอาการเท้าชา ร่วมกับ “ภาวะหลอดเลือดตีบ” หากถูกของคมบาดจนเกิดแผล อาจไม่รู้สึกเจ็บและทำให้แผลติดเชื้อลุกลามได้ง่าย!
แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เมื่อขึ้นจากน้ำแล้ว ควรรีบดูแลเท้าด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. ล้างทำความสะอาดทันที: ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้ทั่วถึงหลังขึ้นจากน้ำ
2. เช็ดให้แห้งสนิท: ซับให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า เพื่อป้องกันการอับชื้นและเชื้อรา
3. ตรวจเช็กเท้าอย่างละเอียด: สังเกตรอยถลอก บาดแผล ตุ่มน้ำ หรือความผิดปกติทุกครั้ง
4. สังเกตอาการผิดปกติ: หากพบแผล บวม แดง หรือมีอาการปวดชา ควรรีบพบแพทย์ ห้ามปล่อยไว้หรือซื้อยามาทาเอง
หากพบแผลเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการปวดชาที่ขาเวลาเดิน การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่เท้า โรงพยาบาลรามคำแหง ดูแลแผลเบาหวานที่เท้าโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
– ตรวจประเมินด้วย ABI และ TBI: เทคโนโลยีเช็กการอุดตันและความยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงบริเวณขาและนิ้วเท้า ทราบผลเร็ว ไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนตรวจ
– ค้นหาความเสี่ยงซ่อนแอบ: ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองที่อาจเกิดร่วมกัน
– วางแผนรักษาตรงจุด: ครอบคลุมทั้งการใช้ยา การสอดสายสวนขยายหลอดเลือด (แผลเล็ก พักฟื้นสั้น ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่) และการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือด เพื่อช่วยให้เลือดไปเลี้ยงเท้าได้ดีขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
– คำแนะนำเชิงป้องกัน: แนะนำการดูแลสุขภาพเท้าอย่างถูกวิธี เพื่อลดโอกาสการเกิดแผลซ้ำ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999Line Official: @ramhospital




