รู้ทันสัญญาณอันตราย! ถุงน้ำดี-ท่อน้ำดีอักเสบ แตกต่างกันอย่างไร

ถุงน้ำดีและท่อน้ำดีคืออะไร?

ถุงน้ำดี เป็นอวัยวัยเล็กๆ รูปร่างคล้ายลูกแพร์ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีที่ตับผลิตมา เมื่อเรากินอาหารที่มีไขมัน ถุงน้ำดีจะบีบตัวส่งน้ำดีออกมาช่วยย่อยไขมัน

ท่อน้ำดี เป็นท่อที่เชื่อมระหว่างตับ ถุงน้ำดี และลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ส่งน้ำดีไปยังลำไส้เพื่อย่อยอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยขจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกายด้วย

โรคที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงน้ำดีและท่อน้ำดี

1. นิ่วในถุงน้ำดี

เกิดจากคอเลสเตอรอลหรือบิลิรูบินตกตะกอนเป็นก้อนแข็งในถุงน้ำดี มักพบในผู้ที่น้ำหนักเกิน กินอาหารไขมันสูง ขาดใยอาหาร ขาดการออกกำลังกาย หรือผู้หญิงที่ตั้งครรภ์

อาการ: ปวดท้องด้านขวาหรือกลางท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หากนิ่วอุดตันท่อน้ำดีจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง

2. ถุงน้ำดีอักเสบ

สาเหตุหลัก:

  • นิ่วในถุงน้ำดีอุดตันทางออกของถุงน้ำดี (สาเหตุหลักถึง 90-95%)
  • เนื้องอกอุดตันปากถุงน้ำดี
  • การติดเชื้อไวรัส เช่น HIV, CMV
  • โรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • อุบัติเหตุทำให้ถุงน้ำดีได้รับบาดเจ็บ

กลไกการเกิดโรค: 

เมื่อมีสิ่งอุดตันทางออกของถุงน้ำดี น้ำดีจะไหลออกไม่ได้ สะสมอยู่ภายในถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีบวม อักเสบ และอาจติดเชื้อแบคทีเรียตามมา

อาการเฉพาะ:

  • ปวดท้องด้านขวาบนอย่างรุนแรง ปวดต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง
  • ปวดมากขึ้นหลังกินอาหารมันๆ ไขมันสูง
  • คลำท้องด้านขวาบนจะเจ็บมาก
  • มีอาการตัวเหลือง (ประมาณ 20% ของผู้ป่วย)
  • คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้สูง หนาวสั่น
  • อ่อนเพลีย ท้องบวม

3. ท่อน้ำดีอักเสบ (Cholangitis)

สาเหตุหลัก:

  • นิ่วในท่อน้ำดีอุดตันท่อน้ำดี (สาเหตุหลักที่สุด)
  • มะเร็งท่อน้ำดีหรือตับอ่อนมากดทับท่อน้ำดี
  • ท่อน้ำดีตีบหรือตีบแคบผิดปกติ
  • พยาธิในท่อน้ำดี เช่น พยาธิใบไม้ตับ
  • การติดเชื้อแบคทีเรียจากลำไส้ไหลย้อนเข้าท่อน้ำดี
  • ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดหรือส่องกล้องท่อน้ำดี

กลไกการเกิดโรค: เมื่อท่อน้ำดีอุดตัน น้ำดีไหลไม่ออก จะทำให้ความดันในท่อน้ำดีเพิ่มขึ้น แบคทีเรียในลำไส้สามารถเข้าไปติดเชื้อในท่อน้ำดีได้ง่าย และอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

อาการเฉพาะ:

  • มี อาการ 3 ประการสำคัญ (Charcot’s Triad)  คือ ไข้สูง ดีซ่าน ตัวเหลือง รวมทั้งอาการปวดท้องด้านขวาบน
  • ถ้ารุนแรงมากจะมีอาการครบ 5 ประการ (Reynolds’ Pentad) คือ อาการ 3 ข้างต้น + ความดันโลหิตต่ำ + สับสน
  • ไข้สูงมาก มักมาพร้อมหนาวสั่น
  • ตัวเหลืองชัดเจนกว่าถุงน้ำดีอักเสบ
  • ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด
  • อาการรุนแรงเร็ว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

4. มะเร็งท่อน้ำดี

เซลล์ในท่อน้ำดีเจริญเติบโตผิดปกติ มักไม่แสดงอาการในระยะแรก จึงตรวจพบเมื่อโรครุนแรงแล้ว สาเหตุมาจากพยาธิใบไม้ตับ ตับแข็ง ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง หรือสัมผัสสารเคมีอันตราย

อาการ: ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องบ่อยๆ น้ำหนักลด เหนื่อยล้า มีไข้ ผิวหนังคัน

5. มะเร็งถุงน้ำดี

เซลล์ในถุงน้ำดีเจริญเติบโตผิดปกติ อาจเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีเรื้อรัง ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือพันธุกรรม

อาการ: ปวดท้องด้านขวาอย่างรุนแรง ตัวเหลือง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่อาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดีและท่อน้ำดีบางครั้งไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก โดยเฉพาะท่อน้ำดีอักเสบเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต หากพบอาการไข้สูง ตัวเหลือง และปวดท้องด้านขวาบน ต้องรีบพบแพทย์ทันที

สำหรับถุงน้ำดีอักเสบ แม้จะไม่รุนแรงเท่า แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายได้ ควรหมั่นสังเกตสุขภาพตัวเอง หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading