ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola Virus Disease: EVD) พ.ศ. 2569 โดยกำหนดให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of the Congo) และสาธารณรัฐยูกันดา (Republic of Uganda) เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ประกาศดังกล่าวลงนามโดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในทั้งสองประเทศ เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) เนื่องจากโรคมีการแพร่ระบาดรวดเร็วและมีอัตราการเสียชีวิตสูง
กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า การประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ รวมถึงรองรับความเสี่ยงจากผู้เดินทางที่มาจากประเทศที่มีการระบาด เพื่อให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขสามารถดำเนินมาตรการควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมตามสถานการณ์
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า แนวทางดำเนินงานของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจะประกอบด้วย 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ มาตรการต้นทางและข้อปฏิบัติสำหรับสายการบิน โดยกำหนดให้ผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงลงทะเบียนข้อมูลล่วงหน้า ผ่านระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับชาวต่างชาติ และระบบ Thai Health Pass สำหรับคนไทย รวมทั้งสายการบินต้องส่งรายชื่อผู้โดยสารจากประเทศกลุ่มเสี่ยงให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานปลายทางรับทราบล่วงหน้า เพื่อใช้ในการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงตามคำแนะนำของ WHO
ส่วนมาตรการคัดกรองภายในประเทศ เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อจะตรวจสอบ QR Code ของผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดบริเวณประตูขาเข้า หรือหน้าเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินตรงจากประเทศเสี่ยง โดยผู้เดินทางจะต้องยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อก่อนผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งมีการวัดไข้ซ้ำ สอบถามประวัติอาการป่วย และบันทึกข้อมูลที่อยู่รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ปัจจุบัน เพื่อใช้ติดตามเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 21 วัน
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรค ได้ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด และหากเดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงภายใน 21 วัน แล้วมีอาการไข้หรืออาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีภาวะเลือดออกผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางแก่บุคลากรทางการแพทย์





