รู้ทัน “โรคหัวใจ” สังเกตสัญญาณเตือน ป้องกันก่อนเกิดเหตุฉุกเฉิน

ข่าวการสูญเสียบุคลากรในวงการบันเทิงอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นนักแสดงและพิธีกรสายท่องเที่ยวชื่อดัง วัย 49 ปี จากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันทั้ง 3 เส้น ได้สร้างความสะเทือนใจและตื่นตัวให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนว่า โรคหลอดเลือดหัวใจไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุและแม้จะเป็นผู้ที่มีร่างกายดูแข็งแรง กระฉับกระเฉง หรือใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นประจำ ก็อาจมีภัยเงียบซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว

กลไกของโรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจ  เกิดจากการสะสมของคราบไขมัน คอเลสเตอรอล และหินปูน (Plaque) ที่บริเวณผนังด้านในของหลอดเลือด กระบวนการนี้ใช้เวลานานหลายปีโดยไม่แสดงอาการใดๆ จนกระทั่งหลอดเลือดเกิดการตีบแคบลงจนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ หรือเกิดการแตกรั่วของคราบไขมันจนสร้างลิ่มเลือดมาอุดตันฉับพลัน นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

สังเกตสัญญาณเตือน

ความน่ากลัวของโรคนี้คืออาการเตือนมักถูกมองข้าม โดยคิดว่าเป็นเพียงความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อย สัญญาณที่ควรระมัดระวัง ได้แก่

  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ สังเกตเห็นความอ่อนเพลีย หรือเหนื่อยหอบจากการทำกิจกรรมเดิมๆ ที่เคยทำได้สบาย
  • เจ็บแน่นหน้าอก รู้สึกเหมือนมีของหนักทับหรือบีบรัดบริเวณกลางอกหรืออกด้านซ้าย มักเกิดขึ้นขณะออกแรง และทุเลาลงเมื่อได้พัก
  • อาการร้าวไปยังส่วนอื่น ความรู้สึกเจ็บหรือแน่นอาจร้าวไปที่กราม คอ ไหล่ แขนซ้าย หรือบริเวณหลัง
  • สัญญาณอื่นๆ มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ เหงื่อออกตัวเย็น หรือแน่นท้องคล้ายกรดไหลย้อน หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่ายผิดปกติ

หากเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงต่อเนื่องเกิน 15-20 นาที แม้นั่งพักก็ไม่หาย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤตที่ต้องได้รับการนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ใครบ้างมีความเสี่ยง

กลุ่มที่ควรใส่ใจสุขภาพหัวใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง ไม่ค่อยออกกำลังกาย รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย

อย่างไรก็ตาม คนรูปร่างผอม ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือไม่มีโรคประจำตัวที่ทราบมาก่อน ก็มีความเสี่ยง เนื่องจากโรคหัวใจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

แนวทางการป้องกันและการปฏิบัติตน

การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถทำได้ด้วยการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางพฤติกรรมและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ:

  1. ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างจริงจัง ควรมุ่งเน้นการตรวจระดับไขมันในเลือด (โดยเฉพาะ LDL) ความดันโลหิต และระดับน้ำตาล ไม่ควรมองข้ามการตรวจสุขภาพเพียงเพราะคิดว่าตนเองยังแข็งแรงดี
  2. ปรับโภชนาการ ลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ไขมันทรานส์ อาหารรสจัด เค็มจัด หรือหวานจัด เพิ่มปริมาณการรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูง
  3. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควรออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  4. งดการสูบบุหรี่ สารพิษในบุหรี่ส่งผลให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพและแข็งตัวเร็วขึ้น
  5. บริหารจัดการความเครียดและการพักผ่อน ความเครียดสะสมและการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่ละเลยสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ และเข้ารับการตรวจเช็กสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญในการปกป้องชีวิตจากภัยเงียบนี้

เมื่อไรควรไปโรงพยาบาลทันที

หากมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน ร่วมกับหายใจลำบาก เหงื่อแตก ตัวเย็น หน้ามืด คลื่นไส้ หรือเจ็บร้าวไปแขน ไหล่ หลัง คอ หรือกราม ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเองหากอาการรุนแรง โดยสามารถโทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

หากพบผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจตามปกติ ควรรีบโทร 1669 พร้อมเริ่ม CPR หากมีทักษะความรู้และมั่นใจการปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีมีเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ (AED) ให้ใช้เพื่อพยุงชีพโดยเร็ว 

..โรคหัวใจอาจสะสมอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลาหลายปี แต่เหตุฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาไม่กี่นาที การรู้ปัจจัยเสี่ยง สังเกตอาการ และตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสม จึงเป็นวิธีสำคัญในการลดโอกาสเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด

Latest Posts

Discover more from Thailand Health Hub

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading