
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน หลายคนเลือกนวดหรือทำกายภาพบำบัด ซึ่งอาจช่วยให้อาการดีขึ้น แต่หากยังกลับไปใช้ร่างกายในรูปแบบเดิม อาการปวดก็สามารถกลับมาได้อีก สิ่งที่ควรใส่ใจคือ การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่อาจทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว
ก้มดูจอ-นั่งนาน ทำไมถึงปวด?
การก้มใช้โทรศัพท์ นั่งทำงานต่อเนื่อง หรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อคอ ไหล่ และหลังเกิดความล้าและตึงตัวได้ งานวิจัยพบว่าการใช้สมาร์ตโฟนมากเกินไปมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงปวดคอที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ควรสรุปว่าการก้มคอเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรง เพราะอาการปวดมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน
การนั่งไขว่ห้างก็เช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมองว่าเป็น “ท่าต้องห้าม” แต่หากนั่งท่าเดิมนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ อาจทำให้รู้สึกเมื่อยหรือตึงได้ สิ่งสำคัญคือการจัดท่านั่งให้สบายและขยับร่างกายเป็นระยะ
ปรับง่าย ๆ ลดปวดระหว่างทำงาน
สำหรับคนที่ต้องทำงานหน้าจอ ควรจัดจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ตรงหน้าและอยู่ในระดับที่ไม่ต้องก้มหรือเงยมากเกินไป ให้หลังมีที่รองรับ วางเท้าได้มั่นคง และจัดเมาส์กับคีย์บอร์ดให้อยู่ในระยะที่ไม่ต้องเอื้อม
ที่สำคัญคือ อย่านั่งนิ่งทั้งวัน ควรเปลี่ยนอิริยาบถและพักจากงานคอมพิวเตอร์เป็นช่วงสั้น ๆ เช่น ลุกเดินหรือยืดร่างกายประมาณ 5 นาทีในทุกชั่วโมง
หากใช้โทรศัพท์นาน ควรยกหน้าจอขึ้นในระดับที่สบาย ลดการก้มค้าง สลับมือ และพักเป็นระยะ นอกจากนี้การออกกำลังกายและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็เป็นอีกส่วนสำคัญในการดูแลระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
เมื่อไรควรพบแพทย์?
อาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวอาจดีขึ้นได้เมื่อพักและปรับพฤติกรรม แต่หาก ปวดต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น มีอาการปวดร้าว ชา อ่อนแรง หรือเริ่มรบกวนการทำงานและชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินสาเหตุ ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเพียง “ออฟฟิศซินโดรม”
การป้องกันอาการปวดของคนทำงาน ไม่จำเป็นต้องตามหา “ท่านั่งที่สมบูรณ์แบบ” แต่ควรเริ่มจาก จัดพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม เปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ และไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป




