กระแสการใช้ ปากกาลดน้ำหนัก ที่แพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย ทำให้หลายคนมองว่ายาฉีดชนิดนี้คือคำตอบของการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ยากลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลทางการแพทย์ และไม่อาจทดแทนการดูแลโภชนาการและพฤติกรรมสุขภาพได้

พญ. อารีสา มโนชญ์ปิติพงศ์ อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายว่า ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาทางการแพทย์ในกลุ่ม Human Glucagon-like Peptide-1 (GLP-1) ซึ่งออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนตามธรรมชาติ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความรู้สึกหิวอิ่ม ทำให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มเร็วและกินอาหารได้น้อยลง แต่ยาไม่ได้เผาผลาญไขมันโดยตรง
พญ. อารีสา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การใช้ยากลุ่มนี้จำเป็นต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ โดยทั่วไปเหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปและมีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับภาวะอ้วน เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ผู้ที่มีข้อห้ามหรือใช้ยาโดยไม่เหมาะสมอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือภาวะขาดน้ำได้
การลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการเป็นหลัก ผู้ใช้ยาควรรับประทานอาหารให้ครบถ้วน เน้นโปรตีน เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ลดอาหารทอด มัน และหวานจัด รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ใช่ “ไอเทมวิเศษ” แต่เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเสริมการปรับพฤติกรรม ควรใช้อย่างถูกต้องภายใต้การดูแลของแพทย์ควบคู่กับวินัยด้านโภชนาการและการดูแลสุขภาพ





